หน้าแรก การเมือง ไชยชนก เผยกรม...

ไชยชนก เผยกรมอุตุสื่อสารดีขึ้น แต่ต้องดีกว่านี้ แนะพิสูจน์ตัวเอง คนเชื่อเพจอื่น แม้ดึงข้อมูลอุตุไปใช้

29.09.26 | 11:06 น.

‘ไชยชนก’ เผย ‘กรมอุตุฯ’ สื่อสารดีขึ้น แต่ต้องดีมากกว่านี้ ขอให้พิสูจน์ตัวเอง หลังประชาชนเชื่อเพจอื่นมากกว่า ยันเป็นข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ พร้อมให้แนวทางปรับการสื่อสารให้ละเอียด-เข้าใจง่าย

เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าหลังจากนายกรัฐมนตรีให้นโยบายกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจง่ายว่า เป็นสิ่งที่เราพยายามทำมาระยะหนึ่งแล้ว เบื้องต้นสิ่งที่กรมอุตุฯปรับเปลี่ยนคือแนวทางการโพสต์ ซึ่งฟีดแบ๊กดีขึ้น แต่ตนอยากให้ดีขึ้นกว่านี้ และไม่ใช่แค่เรื่องของระยะเวลาที่ถี่ขึ้นตามสถานการณ์วิกฤต


เมื่อถามว่า มีข้อวิจารณ์ว่ากรมอุตุฯแจ้งข้อมูลล่าช้า เพราะแจ้งหลังจากเกิดเหตุแล้ว จะมีการแก้ปัญหาในส่วนนี้หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องไปตรวจสอบเหตุและผลของกรมอุตุฯว่าเป็นอย่างไร โดยปกติกรมอุตุฯจะแจ้งเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ แม้ข้อมูลจะไม่ 100% แต่ถือว่ามั่นใจมากๆ เพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวล และเบื้องต้นได้มีการประชุมไปแล้ว

“สิ่งที่กรมอุตุฯแจ้งคือการพยากรณ์ ซึ่งมีโอกาสที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เป็นข้อมูลที่จะทราบล่วงหน้า 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ แต่เมื่อถึงปัจจุบันก็มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ ทุกคนจึงรอข้อมูล 1 สัปดาห์ หรือ 3 วันก่อนเพื่อความมั่นใจ ซึ่งได้อธิบายไปว่าหลังจากนี้จะต้องมีการสื่อสารล่วงหน้า บอกไปตรงๆ ว่าข้อมูลปัจจุบันเป็นอย่างไร และมีโอกาสที่จะเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการเตรียมตัวล่วงหน้าว่าจะดำเนินการแค่ไหนอย่างไร” นายไชยชนกกล่าว

Advertisement

ส่วนภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกรมอุตุฯสามารถทำให้ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า การสื่อสารเรื่องปริมาณน้ำเราจะทำให้ง่ายขึ้น แต่การแนะนำว่าจะดำเนินการอย่างไรเป็นหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่า จะมีการสร้างความเชื่อมั่นของกรมอุตุฯได้อย่างไร เพราะขณะนี้ประชาชนเชื่อบางเพจมากกว่า นายไชยชนกกล่าวว่า เป็นสิ่งที่กรมอุตุฯต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ยืนยันว่าข้อมูลของทุกเพจที่เผยแพร่นำมาจากข้อมูลของกรมอุตุฯ หลังจากนี้สิ่งที่กรมอุตุฯต้องทำคือต้องกล้าสื่อสารกับประชาชน รวมถึงปรับแนวทางการสื่อสารให้ละเอียดขึ้น พร้อมยกระดับบุคลากรและเทคโนโลยี ซึ่งไม่ว่าจะเกิดวิกฤตหรือไม่เกิดวิกฤต ตนได้ให้นโยบายดังกล่าวมาตลอด