หน้าแรก การเมือง อ.พรสันต์ สงส...

อ.พรสันต์ สงสัยหลักการลงคะแนนโดยลับคืออะไร ทำไมบาร์โค้ดสืบค้นกลับได้ แต่ศาลรธน.ปล่อยผ่าน

29.09.26 | 16:31 น.

อ.พรสันต์ สงสัยหลักการลงคะแนนโดยลับคืออะไร ทำไมบาร์โค้ดสืบค้นกลับได้แต่ศาลรธน.ปล่อยผ่าน

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 รศ.ดร.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ข้อสังเกตของผมในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีบาร์โค้ดคือ คำอธิบายการให้เหตุผลทางรัฐธรรมนูญ (Constitutional reasoning) ที่ปะปนและไม่สม่ำเสมอกันระหว่างความเป็น “นิรนาม” (Anonymity) ซึ่งเป็นเรื่องของการที่บัตรเลือกตั้งไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาผู้ลงคะแนนได้ กับเรื่อง “นิรภัย” (Security) ซึ่งเป็นเรื่องมาตรการต่างๆ ของภาครัฐที่ป้องกันมิให้มีการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ของผู้ลงคะแนนได้โดยง่าย (ศาลเน้นเรื่องนี้เสียเป็นส่วนใหญ่)


ผมเห็นว่าประเด็นข้างต้นต้องมีความชัดเจนเพราะคดีนี้คือการเข้าไปกำหนดมาตฐานของ “ระบบเลือกตั้งที่เป็นความลับ” ในทางรัฐธรรมนูญของไทยว่าเป็นเช่นไร

ปล. “นิรนาม” ไม่เท่ากับ “นิรภัย” นะครับ”

ทั้งนี้ รศ.ดร.พรสันต์ ยังได้โพสต์เพิ่มเติมระบุว่า “ผมคิดว่าในทางวิชาการเกิดคำถามใหญ่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่อง “หลักความลับของการเลือกตั้ง” ในประเทศไทยต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องบาร์โค้ดที่ว่า การที่ศาลได้เข้าไปกำหนดมาตรฐานความลับในการเลือกตั้งมีความสมเหตุสมผลสอดคล้องตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่

Advertisement

กล่าวคือ ศาลได้วางมาตรฐานของการเลือกตั้งโดยลับด้วยการกล่าวว่ากรณีจะถือว่าการใช้บาร์โค้ดละเมิดหลักความลับกระทบต่อสิทธิในการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่นั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งด้วย (ศาลใช้คำว่าคำนึงถึงดุลภาพของหลักสุจริตและเที่ยงธรรม) โดยพิเคราะห์ถึงการบริหารจัดการและมาตรการต่างๆ ของ กกต. ที่รัดกุมเพียงพอแล้ว (ส่วนหนึ่งศาลให้เหตุผลในกรณีนี้ว่าเพราะยังไม่มีข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันใครสามารถเข้าถึงข้อมูลการลงคะแนน) จึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดไม่ได้เข้าไปทำลายหลักการเลือกตั้งโดยลับ

แต่คำถามคือ ในเมื่อมีมาตรการทางเลือกอื่นๆ เช่น ลายน้ำ QR Code ฯลฯ ที่สามารถป้องกันการทุจริตได้เช่นเดียวกันและที่สำคัญ “มาตรการอื่นๆ เหล่านั้นไม่สามารถสืบย้อนกลับไปหาคนลงคะแนนได้” อันมิได้เข้าไปกระทบต่อสิทธิการเลือกตั้งอย่างอิสระของประชาชน ทำไมศาลจึงเห็นว่าการใช้บาร์โค้ดที่ในคำวินิจฉัยท่านเองก็ยอมรับว่าสามารถสืบย้อนหลังไปหาผู้ลงคะแนนได้นั้นมีความถูกต้องเหมาะสมแล้ว (ส่วนเรื่องมาตรการในการป้องกันของ กกต. เป็นคนละประเด็น)?

ปล.1 โดยส่วนตัวผมเองไม่อยากจะอธิบายการเลือกตั้งที่เป็นความลับมี 2 หลัก ได้แก่ หลักสมบูรณ์และหลักมีเงื่อนไข ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกล่าวไว้ในคำวินิจฉัย เพราะตัวมันเองไม่ใช่หลักการ (Principle) “ความลับ” ต่างหากที่มีสถานะเป็นหลักการ อีกทั้งรูปแบบความลับที่มีเงื่อนไขนั้นถือเป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่งมากๆ ซึ่งเป็นผลมาจากบริบทเฉพาะในเชิงประวัติศาสตร์และโครงสร้างของระบบกฎหมาย เพราะโดยหลัก (ส่วนใหญ่) จะใช้รูปแบบความลับแบบสมบูรณ์

ปล.2 รูปด้านล่าง คือ ความเห็นของคณะกรรมาธิการกฎหมาย (Law Commission) ในสหราชอาณาจักรต่อการจัดการเลือกต้องโดยลับในรูปแบบความลับที่ไม่มีเงื่อนไข (Qualified secrecy) ซึ่งจะเห็นว่ามีการพูดทำนองเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญของไทยว่า “ในทางปฏิบัติยังไม่มีหลักฐานว่ามีคนเข้าไปล่วงรู้ถึงผู้ลงคะแนน” แต่เขาเองก็ยังบอกว่ารูปแบบนี้มีประเด็นปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนและความสุ่มเสี่ยงต่อการถูกเปิดเผยโดยมิชอบ “ย้ำนะครับ นี่ขนาดว่าประเทศเขาอยู่ภายใต้การสั่งของศาลเท่านั้นในกรณีต้องการสืบย้อนกลับ” นะครับ อ้างอิง Law Commission, Scottish Law Commission and Northern Ireland Law Commission, Electoral Law: A Joint Consultation Paper (Joint Consultation Paper LCCP 218, SLCDP 158, NILC 20, 2014)