ครม.ไฟเขียว แก้กฎหมายขนส่งทางบก เปิดทาง อปท.ขอใบอนุญาตเดินรถ–บริหารสถานีขนส่ง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โดยกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ เพิ่มบทบาทของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดและนายทะเบียนประจำจังหวัดในการพิจารณาเกี่ยวกับสถานที่จัดให้มีหรือจัดตั้งสถานีขนส่ง และการอนุมัติหรืออนุญาตเกี่ยวกับสถานีขนส่งในเขตจังหวัดอื่นนอกจาก กทม. ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการขออนุมัติจากส่วนกลาง และทำให้การจัดระบบการขนส่งภายในเขตจังหวัดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้ยกร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมกลไกการกำกับดูแลการขนส่งทางถนนให้สอดคล้องกับหลักการกระจายอำนาจของพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนห้องถิ่น พ.ศ. 2542 และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ให้เกิดความชัดเจนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะทำให้ประชาชนใน อปท. ได้รับการบริการสาธารณะด้านการขนส่งทางถนนอย่างทั่วถึง และคงความเป็นระบบของการกำกับดูแล มาตรฐานความปลอดภัย และความเชื่อมโยงของโครงข่ายการขนส่งทางบกระหว่างพื้นที่ และเพื่อให้การดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจมีความชัดเจนและเหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. กำหนดให้ อปท. สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้ โดยบัญญัติไว้ให้ชัดเจนในกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 64 (พ.ศ. 2567) ออกตามความในพระราชบัญญัติฯ และสอดคล้องกับแนวทางที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน (อปท. สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้)
2. กำหนดให้คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดสถานที่จัดให้มีหรือจัดตั้งสถานีขนส่ง เพิ่มเติมจากการกำหนดเส้นทางจำนวนผู้ประกอบการขนส่ง จำนวนรถสำหรับการขนส่ง และอัตราค่าโดยสาร อันเป็นการกระจายอำนาจการพิจารณาไปสู่ระดับพื้นที่ ลดขั้นตอนการขออนุมัติจากส่วนกลาง และทำให้การจัดระบบการขนส่งภายในเขตจังหวัดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ความต้องการขนส่งของประชาชน และมาตรฐานการกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. (ปัจจุบันต้องเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาอนุมัติ)
3. เพิ่มบทบาทของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบก ประจำจังหวัดและนายทะเบียนประจำจังหวัดในการอนุมัติหรืออนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสถานีขนส่งในเขตจังหวัดอื่นนอกจาก กทม. เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ การเดินทาง และความต้องการของประชาชน เพื่อให้การดำเนินการมีความเหมาะสมกับข้อเท็จจริงและสภาพพื้นที่มากยิ่งขึ้น และกำหนดให้ อปท. สามารถเป็นผู้ดำเนินการสถานีขนส่งตามที่กรมการขนส่งทางบกมอบหมายได้


