หน้าแรก การเมือง ศิริกัญญา ลุย...

ศิริกัญญา ลุยปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายก่อนน้ำเหนือ-ทะเลหนุน จี้รบ.สื่อสารให้ชัด

29.09.26 | 17:10 น.

‘ศิริกัญญา’ ลุยน้ำท่วมปทุมธานี ห่วงน้ำขังไม่ลด หวังระบายน้ำทันก่อนมวลน้ำเหนือสมทบ-น้ำทะเลหนุน จี้ รัฐสื่อสารให้ชัด เพื่อให้ ปชช.เตรียมรับมือ

เมื่อวันที่ 29 กันยายน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน และนาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี พร้อมสำรวจความเดือดร้อนของประชาชน


โดยจากการสำรวจพบว่า ประชาชนจำนวนมากยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง การเดินทางในหลายจุดเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยบางพื้นที่รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ผ่านได้เฉพาะรถกระบะยกสูงและรถขนาดใหญ่ น้ำขยายวงกว้างเข้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนโดยรอบจนหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมขังตัดขาดแทบทั้งหมด

ส่วนสถานการณ์การระบายน้ำยังค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากน้ำฝนในพื้นที่ตกลงมาสะสมเกินขีดความสามารถของคูคลอง และมีมวลน้ำหลากจากจังหวัดข้างเคียง ทั้งน้ำที่ไหลมาจาก จ.นครนายก และน้ำจากคลองระพีพัฒน์มาสมทบ รวมทั้งระดับน้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้น ขณะที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบดันออกแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงอย่างเดียว ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำไหลตามธรรมชาติได้

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ขอฝากถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลจำเป็นต้องมีคำตอบที่ชัดเจนให้กับประชาชนว่า ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะต้องอยู่กับสภาวะน้ำท่วมขังนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ โดยต้องเร่งประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา สื่อสารแผนการระบายน้ำและระยะเวลาที่ชัดเจนให้ประชาชนได้รับรู้ เพื่อที่ประชาชนจะได้เตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ไม่ใช่ปล่อยให้น้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์โดยไร้จุดหมาย

Advertisement

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการระบายน้ำจะทำได้ทันกับช่วงที่มวลน้ำจากภาคเหนือกำลังไหลลงสู่พื้นที่ภาคกลางผ่านลุ่มน้ำเจ้าพระยา และน้ำทะเลหนุนสูงระหว่างวันที่ 29 กันยายน ถึงวันที่ 4 ตุลาคมหรือไม่ ในช่วงนี้ประชาชนใน จ.ปทุมธานีและพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจึงยังควรต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากสถานการณ์น้ำยังมีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากน้ำเหนือและน้ำทะเลหนุน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ที่สำคัญคือในเวลานี้ ประชาชนในอีกหลายจังหวัดกำลังเผชิญสถานการณ์รุนแรงเช่นเดียวกันกับกรุงเทพมหานคร ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยาที่ต้องรับน้ำจากลุ่มน้ำป่าสัก รวมถึงจ.นครราชสีมา สระบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี นครนายก ชลบุรี จันทบุรี และจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี จึงควรมีการระดมความช่วยเหลือให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศโดยเร็วด้วย