







เมื่อเร็ว ๆ นี้
…เดินกันไปอย่างระมัดระวัง วันก่อนโพลนิด้าเชียร์ ตั้งพรรค หนุนรัฐบาล คสช.เพื่อจะ อยู่ต่อ ไปตามโครงสร้างของ รัฐธรรมนูญ 2560 แบบสบายๆ แต่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปัดไปนิ่มๆ จะไม่มีการตั้งพรรค ส่วน นายกฯ จะตั้งหรือไม่ บิ๊กป้อมไล่ให้ไปถามนายกฯเอาเอง
…ข่าวลือ ข่าวปล่อยกระพือมาตลอดว่า บิ๊กป้อม กับ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปีนเกลียวกัน ใครเชื่อข่าวนี้อาจจะ เหนื่อย ดังนั้น ถ้าไปถามบิ๊กตู่เรื่องตั้ง-ไม่ตั้งพรรค คำตอบจะไม่แตกต่างกัน แนวทางการเมืองในอนาคตของ คสช. คงจะยังไม่หล่นจากปาก แกนนำ ง่ายๆ ในระยะนี้ มีแค่ เลือกตั้ง ตาม โรดแมป ในปี 2561 หลังจากงานสำคัญของคนไทยทั้่งชาติผ่านพ้นไป
…แต่เรื่องที่ใครจะไปตั้งพรรคมาสนับสนุน ก็ถือเป็นเรื่องของคนนั้น ซึ่งตอนนี้ มีการเคลื่อนไหวหลายจุด-หลายกลุ่ม ฝุ่นตลบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ที่แน่ๆ การเมือง รอบนี้ พรรคการเมืองไม่มีสิทธิ ฝันหวาน ว่าจะตีตั๋วเข้าสู่อำนาจได้ง่ายๆ แต่จะเป็นงานหนักของทุกพรรค ด้วย อุปสรรค-ขวากหนาม-ค่ายกล ที่วางไว้ในกฎระเบียบต่างๆ ระเกะระกะไปหมด
…กฎหมายลูก ที่กำลังยกร่าง จะทำให้ พรรคการเมือง หืดขึ้นคอตั้งแต่เริ่มออกสตาร์ต ตั้งแต่เรื่องของ ผู้สมัคร เพราะแกนนำหลายคน คงเจอ มรสุมคดีความ ต้องเว้นวรรคโดยอัตโนมัติ ส่วนคนที่ผ่านช่วงนี้ไปลงสนามได้ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่า สนามเลือกตั้งจะ ไม่เหมือนเดิม อย่างที่เคยผ่านๆ กันมาอีกต่อไป ภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. ใหม่ ที่เน้นคุณสมบัติเข้มข้นเป็นพิเศษ และมีอำนาจแจกใบ สี ต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย
…การบังคับพรรคด้วย พ.ร.ป.พรรคการเมือง ให้ใช้ระบบ ไพรมารี โหวต คัดผู้สมัครเบื้องต้น ตามที่ สนช. เข้าไปแก้ไว้ สุดท้ายคงต้อง แก้กลับ อย่างเดิม เพราะ ประธานมีชัย ฤชุพันธุ์ จะลงไปลุยเอง ให้กลับไปใช้แบบเดิมที่ กรธ. ยกร่างเอาไว้ แต่เรื่องนี้ก็ต้องติดตามกันให้ดีว่า ประธานมีชัย จะลุยได้แค่ไหน เพราะ สนช.เองก็เสียงแข็งอยู่ ต้องลุ้นกันว่า สุดท้ายจะ จบ ยังไง แบบไหน
…แนวโน้มจะเป็นอย่างที่หลายคนชี้ไว้ว่า ผลของรัฐธรรมนูญและ กม.อื่นๆ จะทำ ผลการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในปี 2561 ไม่มี พรรคใหญ่ ได้เสียงเด็ดขาด แต่จะ กระจายๆ แบ่งๆ กันไป ทำให้ต้องพึ่งพาบริการ นายกฯคนนอก ส่วนนายกฯคนนอกจะเป็นใคร หน้าตาโหงวเฮ้งเป็นฉันใด ส่องกล้องดู เห็นหน้าเห็นหนวดอยู่ไม่กี่คน ที่สำคัญก็คือ กฎกติกาของการเลือกตั้ง และข้อกำหนดต่างๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้ นักการเมือง แหยง ไม่อยากเข้ามา
…แต่ก็นั่นแหละ จะมีอะไรไม่แน่นอนเท่ากับ การเมือง โดยเฉพาะการเมืองที่เกี่ยวกับ ความคิด-จิตใจ ของคนหมู่มาก นับเป็นหลายสิบล้านคน เอาเข้าจริง การ ล็อก ผลเลือกตั้งนั้น ไม่ง่าย ถ้าเกิดชาวบ้านแห่กันออกมาเทคะแนนให้พรรคใดพรรคหนึ่งขึ้นมา แม้จะไม่เกินครึ่ง คือ 250 ขึ้น แต่ก็จะทำให้ดุลอำนาจในสภามีปัญหา เพราะการเลือกนายกฯนั้น มี ส.ว. 250 คน เข้ามาโหวตด้วยก็จริง แต่การบริหารงานประจำวัน การออกกฎหมาย เป็นเรื่องของ สภาผู้แทนฯ ถ้าไม่ได้เสียงเด็ดขาดในสภานี้ อะไรที่ไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นได้!!
กาแฟป่า
