สภาฯ เสนอญัตติด่วนศึกษาแนวทางจัดการน้ำทั้งระบบรับมือน้ำท่วม ‘เท้ง’ แซะ ‘อนุทิน’ หยุดถอดบทเรียน หมดหวัง ‘นายกฯ’ ฟื้นความเชื่อมั่น ขณะที่ ‘โสภณ’ แจ้งงดประชุม 2 ต.ค.นี้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ โดยมีส.ส.ร่วมเสนอญัตติในทำนองเดียวกันรวม 8 ญัตติ
นายปะดิธ สังขจาย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติอภิปรายว่า การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าภัยน้ำท่วมของรัฐบาล ยังขาดความชัดเจน ประชาชนไม่ตระหนักถึงความรุนแรงเตรียมพร้อมรับมือ ไม่เชื่อสิ่งที่แจ้งเตือน ดังนั้น ข้อมูลรัฐบาลต้องชัดเจน ให้ประชาชนเห็นภาพและรวดเร็ว มีข้อเสนอแนะให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือ เช่น ย้ายรถขึ้นที่สูง การสำรองอาหาร รัฐบาลต้องเปลี่ยนการทำงานเป็นเชิงรุก ไม่ใช่เชิงรับ รู้ว่าน้ำจะท่วม แต่จะช่วยเหลือได้ ต้องรอประกาศเป็นเขตภัยพิบัติก่อน มีข้อเสนอการเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมของท้องถิ่นคือ 1.พื้นที่ท่วมซ้ำซากต้องเตรียมพร้อมก่อนถึงฤดูน้ำ และ 2.ข้อมูลเตือนฝน ต้องนำไปสู่การเตรียมพร้อมในพื้นที่ เพื่อวางแผนสูบและพร่องน้ำ ต้องให้ท้องถิ่นมีความชัดเจนและงบประมาณพร้อมดำเนินการ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานตัดสินใจได้ทันต่อสถานการณ์
ด้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เสนอญัตติว่า วันนี้สิ่งที่พวกเราต้องการคือนายกรัฐมนตรีลงมารับผิดชอบต่อสภา ลงมารับผิดชอบต่อปัญหาลงมารับผิดชอบต่อพ่อแม่พี่น้องไปประชาชน ที่บอกว่าปัญหายังไม่จบ เพราะหากเราได้ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ จะพบว่าเรายังไม่พ้นช่วงวิกฤต ข้อมูลได้บอกว่า ฉากเท่าที่เลวร้ายที่สุดบอกว่า ตั้งแต่ช่วงวันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป เป็นไปได้ที่ฝนจะตกหนัก วันนี้อย่าเพิ่งถอดบทเรียน อยากเห็นคณะรัฐมนตรีเข้าประชุมสภาเพื่อให้ส.ส.ได้สะท้อนปัญหา และนำไปแก้ไขให้ถูกต้อง สิ่งที่นายกฯควบคุมได้คือการบริหารราชการแผ่นดิน การแจ้งเตือนการเยียวยาการฟื้นฟูและวางแผนในอนาคตเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลบริหารจัดการได้ดี หากน้ำมาเช่นนี้อีกจะไม่เกิดปัญหาซ้ำซากเหมือนในอดีต
“ต้องบอกว่าอุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของนายกฯที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เพราะตั้งแต่นายอนุทินขึ้นมาบริหารประเทศเจอหลายเหตุแล้ว เป็นความผิดพลาดของการบริหารจัดการของรัฐที่ไม่เป็นระบบ ฉะนั้นคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีต้องเลิกพูดได้แล้วว่าจะต้องมีการถอดบทเรียน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราอยากเห็นคือการแก้ปัญหา การรับมือกับการเผชิญเหตุ การเยียวยา และการฟื้นฟูในอนาคต นายกบอกว่าอ่านข้อความแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง คนที่เป็นผู้นำประเทศยังอ่านแจ้งเตือนไม่รู้เรื่อง แล้วประชาชนจะรู้เรื่องได้อย่างไร และเราทราบว่าตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้ น้ำอาจจะกลับมาอีกแต่กลับยังไม่มีการประกาศพื้นที่สาธารณภัย มันติดขัดอะไร ขณะที่การเยียวยาจนถึงวันนี้ประชาชนยังมีคำถามและยังไม่ได้รับความชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งตนขอยกตัวอย่างเรื่องเงินเยียวยาน้ำท่วมที่เทศบาลนครปากเกร็ด ที่ไม่ต้องใช้รูปถ่ายความเสียหาย ใช้เพียงสามอย่างคือบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน บุ๊คแบงค์ ยื่นเมื่อวาน วันนี้ได้รับ จ่ายเป็นครัวเรือน ครัวเรือนละ 1,000 บาท
“คำถามคือวันนี้ผมลองท้าเลย หากไปถามองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลอื่น อบต.อื่น ไม่มีหลักเกณฑ์แบบเดียวกัน บางพื้นที่ก็ไม่ทำเช่นนี้ เพราะเขากลัว สตง.เล่นงาน ถ้าพวกเรามีอำนาจในการบริหารประเทศผู้นำประเทศที่ดีคือการเห็นตัวอย่างที่ดี ใช้อำนาจของตัวเองเซ็นหนังสือสั่งการ อำนาจในปลายปากกาท่านสั่งการลงไปให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั่วประเทศ ให้เขาสบายใจว่าสามารถจ่ายเงินเยียวยาแบบนี้ได้ สตง.ไม่เล่นงาน เอาอำนาจนายกฯ เป็นหลังพิงให้กับท้องถิ่น แล้วเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชนเร็วยิ่งขึ้น” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ท้องถิ่นบางแห่งมีเงินเขาพร้อมที่จะจ่าย แล้วรัฐบาลไปเยียวยาอย่างอื่นเช่น ค่าซ่อมบ้าน หรืออย่างอื่นก็ว่าไปซึ่งเป็นการเยียวยาอีกระดับหนึ่ง แต่วันนี้กลับยังไม่เห็นคำตอบเช่นนี้อย่างชัดเจนจากคนที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการฟื้นฟูเมือง ฟื้นฟูวิถีชีวิต การทำมาค้าขายการขนส่งของประชาชนให้เร่งกลับมา รวมถึงควรมีการฟื้นฟูความเชื่อมั่น จะต้องพูดถึงแผนบริหารจัดการน้ำในภาพรวมให้ชัดเจนว่า ในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำร้อยเช่นนี้อีก แต่วันนี้คงคาดหวังไม่ได้ ลำพังแค่ความรับผิดชอบมาตอบในสภาฯ นายกฯ ยังมาไม่ได้ จะไปคาดหวังการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างไร
“ดังนั้น หากวันนี้หากเพื่อนสมาชิกเห็นด้วยกับผมว่า วันนี้เราต้องการภาวะผู้นำจากคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล มากที่สุดก็ขอให้เห็นด้วยกับญัตติผม ลงมติเห็นชอบกับญัตติที่ผมเสนอให้นายกฯ เข้ามาตอบชี้แจงในสภาฯ ในคราวถัดไป“ นายณัฐพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม แจ้งว่า ตนได้ปรึกษาหารือกับประธานวิปทั้ง 2 ฝ่าย และตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรค ในการที่จะอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา และเนื่องจากปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ได้รับผลกระทบหลายจังหวัด ซึ่งสภาได้นัดหมายประชุมในวันที่ 2 ตุลาคม เราได้หารือกันแล้วว่า จะงดประชุมในวันดังกล่าว และจัดประชุมชดเชยในสัปดาห์ต่อไป

