หน้าแรก การเมือง มาร์ค เฉ่ง อุ...

มาร์ค เฉ่ง อุโมงค์ยักษ์ ทำงานได้แค่ 60% น้ำทุกคลองเอ่อล้น ห่วง คนติดแฟลตเข้าไม่เกณฑ์เยียวยา

30.09.26 | 15:30 น.

“มาร์ค” เฉ่ง รัฐขาดการประสานหน้างานแก้น้ำท่วม เสนอตั้งคณะกรรมการอิสระมาถอดบทเรียน -ปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่ มีหน่วยประสาน คนมีน้ำใจ ทั้งภาครัฐ เอกชน

เมื่อเวลาวันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบฯ ว่า ขอถ่ายทอดสิ่งที่ได้พบเห็นจากการลงพื้นที่ 4-5 วัน ที่ผ่านมาคือ 1.การเตือนภัย ประชาชนที่ประสบภัยได้รับคำเตือนเมื่อสายเกินไป ไม่มีคำเตือนก่อนหน้านี้ที่เป็นรูปธรรมให้ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ปรับปรุงปัญหาจะลุกลามสร้างความเสียหาย ทั้งที่สามารถหลีกเลี่ยง บรรเทาได้ หากการเตือนภัยมีประสิทธิภาพ 2.การเตรียมรับมือ พื้นที่ประสบน้ำท่วมหนัก ล้วนสัมพันธ์กับคลองแสนแสบ แต่การพร่องน้ำให้สัมพันธ์กับสภาพอากาศกลับไม่ได้ทำ อุโมงค์ยักษ์ทำงานได้แค่ ร้อยละ 60 เหตุใดไม่สามารถระบายน้ำได้ คลองทุกคลองที่อยู่ใกล้อุโมงค์ยักษ์ มีแต่น้ำเอ่อล้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 3.ขาดการบริหารจัดการโดยสิ้นเชิง วันที่ไปแฟลตคลองจั่น หรือเคหะร่มเกล้า ถ้าไม่มีอาสาสมัครก็เหมือนไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาอะไร ทั้งสองที่ขาดการบริหารจัดการแก้ปัญหา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่อ.หาดใหญ่ แต่ยังเกิดซ้ำ เพราะขาดการประสานงานเรื่องการบัญชาการแก้ปัญหา ขณะที่ต่างจังหวัดมีผู้บริหารท้องถิ่นที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า และ 4.ปัญหาการเยียวยา แม้จะมีกองทุนระบบภัยพิบัติแห่งชาติ แต่จะใช้ได้หรือไม่ เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นก่อนทำสัญญา ขณะที่หลักเกณฑ์การเยียวยา 9,000 บาท ก็มีคำถามว่า คนที่อยู่บนแฟลตสูงๆ ถูกน้ำท่วม ออกมาไม่ได้สูญเสีย 4-5 วันในการใช้ชีวิตปกติ ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นกันแม้ทรัพย์สินไม่ได้รับความเสียหายโดยตรง จะได้รับเงินเยียวยาก้อนนี้หรือไม่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เสียดายที่วันนี้นายกฯหรือรัฐมนตรีสามารถมาตอบได้ อย่างน้อยก็จะสร้างความชัดเจนความอุ่นใจ หรืออย่างน้อยก็จะทำให้เราตรวจสอบต่อไปได้ว่าควรจะเป็นอย่างไร เพราะปัญหาหลังจากนี้ที่จะตามมามีอีกเยอะ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องอาหารก็จะเป็นปัญหาต่อไป ซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ยังเป็นสิ่งที่มีความท้าทายอยู่

Advertisement

“เมื่อครั้งเกิดเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ บอกจะถอดบทเรียน ตั้งคณะกรรมการมาศึกษา แต่เชื่อว่า การตั้งกรรมการคงไม่ได้อะไร เพราะคนเป็นกรรมการ ต้องปกป้องหน่วยงานตัวเอง จึงขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมการอิสระมาถอดบทเรียน และถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องปรับปรุงกฎหมายสาธารณภัยครั้งใหญ่ โดยให้มีหน่วยงานบัญชาการประสานงาน และใช้ประโยชน์กับคนที่เขามีน้ำใจ และคนที่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ ทั้งภาครัฐ เอกชน เพราะประเทศเรา คนของเราไม่ขาดเรื่องของน้ำใจ แต่พอขาดการบริหารจัดการ ความเสียหายก็เป็นอย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว