หน้าแรก การเมือง เปิดแผนงาน 2 ...

เปิดแผนงาน 2 ปี ยุค ‘บิ๊กเอก’ สร้างทัพเรือมีศักดิ์ศรี สานต่อเรือดำน้ำจีน-ฟริเกต เร่งแก้ปัญหาร.ล.ภูมิพล

30.09.26 | 15:59 น.

‘บิ๊กเอก’ รับไม้ต่อ ผบ.ทร. ลั่น ‘เมื่อรบต้องชนะ’ เดินหน้าสร้างกองทัพเรือเข้มแข็ง-มีศักดิ์ศรี ย้ำยุทโธปกรณ์เป็นของประชาชน เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ทัพเรือ ลุย ‘เรือดำน้ำ-ฟริเกต’ เร่งแก้ปัญหาเรือเก่า ย้ำพร้อมรบเต็มขีดความสามารถ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กองทัพเรือจัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ โดย พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เข้าพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนประกอบพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ให้ พล.ร.อ.นเรศ วงศ์ตระกูล ผู้บัญชาการทหารเรือคนใหม่ ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ


ภายหลังพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ มีการยิงสลุตเทิดเกียรติผู้บัญชาการทหารเรือ จำนวน 19 นัด จากนั้น พล.ร.อ.ไพโรจน์ และภริยา ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมภริยาทหารเรือ รับความเคารพและดอกกุหลาบสีแดงจากนายทหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่กองทัพเรือ เพื่อเป็นเกียรติในโอกาสส่งมอบหน้าที่และพ้นจากตำแหน่ง

ต่อมาเวลา 11.20 น. พล.ร.อ.นเรศเปิดเผยภายหลังรับมอบหน้าที่ว่า ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ และจะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อนำพากองทัพเรือให้เป็นกองทัพที่มีความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี สามารถปกป้องประชาธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ รวมถึงปฏิบัติภารกิจอื่นตามที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงทุกประการ

Advertisement

พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า การเข้ามารับหน้าที่มีทั้งภารกิจระยะสั้นและแผนงานในอนาคต เชื่อว่าผู้บัญชาการทหารเรือทุกนายมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนากองทัพเรือให้เป็นเครื่องมือสำคัญของชาติในการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การพัฒนาจำเป็นต้องใช้เวลา แต่กองทัพเรือมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการดำรงขีดความสามารถต่างๆ ให้มีความพร้อมรบ พร้อมย้ำว่า “เมื่อรบต้องชนะ ไม่ว่าจะรบกับใครก็ตาม” ทั้งข้าศึกหรือศัตรูที่เป็นกำลังทหาร ภัยคุกคาม และภัยธรรมชาติต่างๆ โดยต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จตามขีดความสามารถที่มี พร้อมจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็นมาสนับสนุนควบคู่กัน และสานต่อเจตนารมณ์ของผู้บัญชาการทหารเรือที่ผ่านมาและในอดีตให้ประสบความสำเร็จตามที่กำหนดไว้

สำหรับยุทโธปกรณ์นั้น พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า เป็นสิ่งที่กองทัพเรือให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ ทั้งเรือรบ เครื่องบิน และยานบินต่างๆ มีราคาสูง และเป็นสิ่งที่ประชาชนจ่ายเงินให้กองทัพเรือนำไปจัดหา ดังนั้น ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สมกับความคาดหวังของประชาชน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของประชาชนทุกคน พร้อมตั้งใจนำพาและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความพร้อมสูงสุดอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ส่วนการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า กองทัพเรือไม่สามารถนิ่งนอนใจได้หากประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงสั่งการให้กำลังพลทุกหน่วยสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที ทั้งในทะเล บนบก หรือพื้นที่อื่นที่ได้รับการร้องขอและอยู่ในขีดความสามารถของกองทัพเรือ ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ เตรียมความพร้อมและสามารถปฏิบัติได้ทันที ซึ่งเป็นภารกิจที่กองทัพเรือดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

พล.ร.อ.นเรศกล่าวด้วยว่า กองทัพเรือและตนพร้อมรับฟังข้อแนะนำและความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนากองทัพเรือให้ดียิ่งขึ้น เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนสื่อสารออกมาคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ และจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ย้ำว่าการเข้ามารับหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ จะทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างกองทัพเรือให้มีความเข้มแข็ง มีศักดิ์ศรี และทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในกองทัพเรือ รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด

พล.ร.อ.นเรศยังกล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า จากฝนตกหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะกรุงเทพฯและพื้นที่ใกล้เคียงเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กองทัพเรือมีพื้นที่รับผิดชอบฝั่งธนบุรีและบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่พื้นที่ด้านตะวันออกมีหลายจุดได้รับผลกระทบ กองทัพเรือจึงส่งกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือประชาชน ทั้งจัดรถครัวสนามประกอบอาหารสำหรับประชาชนที่ไม่สามารถประกอบอาหารเองได้ รวมถึงจัดเรือผลักดันน้ำไปยัง จ.นครนายก เพื่อเร่งผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลเร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน คาดว่าจะมีฝนตกหนักอีกครั้งในระยะต่อไป อาจทำให้หลายพื้นที่ประสบภาวะน้ำท่วม กองทัพเรือจึงจัดส่งทีมสำรวจลงพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อประเมินพื้นที่เสี่ยงและเตรียมเครื่องมือเข้าช่วยเหลือ โดยสั่งการให้หน่วยต่างๆ เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา หากพบพื้นที่ประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ พล.ร.อ.นเรศยังเปิดเผยถึงแนวทางการทำงานในช่วง 2 ปีของการดำรงตำแหน่ง โดยกล่าวถึงโครงการเรือดำน้ำและเรือฟริเกตว่า โครงการต่างๆ เป็นยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือที่กำหนดไว้แล้ว จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และยังมีอีกหลายโครงการที่ต้องดำเนินการ เพียงแต่โครงการเรือดำน้ำและเรือฟริเกตเป็นโครงการที่เห็นได้ชัดว่ากำลังดำเนินการอยู่ และต้องเดินหน้าต่อจนกว่าจะสำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้

สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตที่ ผบ.ทร.ท่านเก่ายังไม่ได้ลงนามสัญญา พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา โดยจะดำเนินการให้ดีที่สุดตามผลการพิจารณา ยืนยันว่าไม่มีกำลังพลคนใดต้องการให้สิ่งต่างๆ ไม่เรียบร้อย จึงต้องดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมระบุว่า ส่วนตัวต้องการสานต่องานของผู้บัญชาการทหารเรือคนเก่าที่ได้ดำเนินการเอาไว้

เมื่อถามถึงปัญหาเรือรบที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน ซึ่ง พล.ร.อ.นเรศเคยเห็นปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้บัญชาการทหารเรือภาคที่ 2 จะดำเนินการอย่างไร พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า จะดำเนินการในทุกส่วน เพราะผู้บัญชาการทหารเรือและกำลังพลทุกนายตระหนักดีว่าเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข คือยุทโธปกรณ์ที่ใช้งานมายาวนานย่อมไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเหมือนของใหม่ จึงจำเป็นต้องซ่อมบำรุง หากมีความจำเป็นต้องเร่งใช้งาน หรือจัดหาเพิ่มเติมเพื่อทดแทนสิ่งที่ไม่สามารถใช้งานต่อได้ โดยต้องดำเนินการตามยุทธศาสตร์กองทัพเรือ ทั้งการซ่อมและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ ควบคู่กับการเสริมสร้างและจัดหาใหม่

ส่วนกรณีเรือหลวงภูมิพลที่มีรายงานถึงปัญหาระบบอาวุธป้องกันตัวและเครื่องยนต์ และรอการพิจารณามาหลายปีนั้น พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้หน่วยที่เกี่ยวข้องพิจารณา แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะต้องการให้เรือมีความพร้อมสูงสุดสำหรับการปฏิบัติการต่างๆ

สำหรับความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือดำน้ำจากจีน พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า หลังจากมีการแก้ไขสัญญาและข้อตกลงในการสร้างเรือในสมัย พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ และมีการลงนามแก้ไขข้อตกลงแล้ว การก่อสร้างได้ดำเนินการมาตามลำดับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบส่วนต่างๆ ที่ต้องติดตั้งภายในเรือ และจะต้องมีการทดสอบต่อไป โดยตามแผนกำหนดส่งมอบในเดือนมกราคม 2572

อย่างไรก็ตาม พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า ได้แจ้งไปทางจีนว่ากองทัพเรือมีความต้องการให้การก่อสร้างเรือดำน้ำแล้วเสร็จเร็วขึ้น เพื่อนำมาใช้งานโดยเร็วที่สุด เนื่องจากการใช้เรือดำน้ำไม่ต่างจากการใช้เครื่องบินที่ต้องอาศัยความชำนาญ และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้อาวุธและการปฏิบัติการ ทั้งนี้ กองทัพเรือมีความตั้งใจอย่างมากที่จะเพิ่มขีดความสามารถตามที่ต้องการ ส่วนจะสามารถส่งมอบได้ภายในปี 2571 หรือไม่ ฝ่ายจีนยังไม่ได้รับปาก แต่กำลังเร่งดำเนินการ ขณะที่อุปกรณ์ต่างๆ ที่จีนจะจัดเพิ่มเติมให้อยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อตกลงตามสัญญา ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถและความมั่นคงของชาติ

ส่วนอนาคตจะมีเรือดำน้ำลำที่ 2 และลำที่ 3 หรือไม่ พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า ต้องพิจารณาหลังจากเรือดำน้ำลำแรกสร้างเสร็จและนำมาใช้งาน โดยต้องประเมินผลการปฏิบัติงานและข้อบกพร่องต่างๆ ก่อน เนื่องจากประเทศไทยเคยมีเรือดำน้ำเมื่อกว่า 80 ปีก่อน ทำให้ความรู้ด้านวิชาการในส่วนนี้เลือนหายไป ปัจจุบันจึงเป็นการเริ่มต้นใหม่ จำเป็นต้องนำเรือลำแรกมาใช้งานและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ก่อนพิจารณาดำเนินการในขั้นต่อไป

พล.ร.อ.นเรศยังกล่าวถึงแนวทางพัฒนายานไร้คนขับว่า ยานไร้คนขับจะเข้ามามีอิทธิพลและมีส่วนในการปฏิบัติการทางทหารมากขึ้น เห็นได้จากสงครามต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งแทบไม่ได้ใช้ยานขนาดใหญ่เข้าสู้รบกัน แต่มีการใช้ยานขนาดเล็กหรือยานไร้คนขับเข้ามาปฏิบัติการ ดังนั้น ในอนาคตกองทัพเรือต้องพัฒนาทั้งส่วนของยานแม่และยานไร้คนขับควบคู่กัน โดยจะพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของการปฏิบัติการทางทหาร

ส่วนการปรับโครงสร้างอัตรากำลัง พล.ร.อ.นเรศกล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่มีการปรับในทุกยุคทุกสมัยให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงสิ่งที่เลือกใช้หรือมีความจำเป็นต้องใช้ใหม่ โดยหน่วยหรือภารกิจที่ไม่จำเป็นอาจต้องปรับหรือลดลง ขณะที่สิ่งที่จำเป็นสำหรับอนาคตต้องนำมาตั้งหน่วยขึ้นใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติที่กองทัพเรือต้องดำเนินการ พร้อมยืนยันว่า การเข้ามาดำรงตำแหน่งจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และไม่มีความกังวลใดๆ