หมอวรงค์ ชี้ ‘อนุทิน’ โดนชาวบ้านด่าเละเหตุเอาแต่เที่ยว ตปท. จี้ รบ.แจงสิทธิกรมธรรม์ภัยพิบัติชาวบ้าน 30 ล้านครัวเรือน ติงชะลอโครงการ “ชัยนาทป่าสักอ่าวไทย” บี้ใช้เงินเพื่อคนทั้งประเทศ
เมื่อเวลาวันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ
ต่อมา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี อภิปรายว่า ที่มีเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ ทำไมประชาชนวิจารณ์หรือตำหนินายกฯ มากกว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หากโฟกัสเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ โดยวันที่ 21 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา แถลงว่าช่วงวันที่ 23 ถึง 27 ก.ย.จะมีฝนตกหนักโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยช่วงวันที่ 24 ก.ย.ช่วงบ่ายฝนตกหนัก 25 ก.ย.เกิดน้ำท่วม วันที่ 26 ก.ย. มีการกระจายของ Cell Broadcast ซึ่งถือว่าล่าช้า เป็นความผิดพลาดของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งภาพรวมในกทม.เป็นความรับผิดชอบของผู้ว่าฯ ชัชชาติ แต่นายกฯ อนุทินกลับโดนด่าเละ ตนถามชาวบ้าน ชาวบ้านบอกว่านายกฯ เอาแต่ไปต่างประเทศเยอะจริงๆ จนชาวบ้านวิจารณ์ว่านายกฯ เอาแต่เที่ยว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า พื้นฐานที่เกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯ รอบนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติต้องรับผิดชอบ แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูรวมทั้งการป้องกันในอนาคต นายกฯ ในฐานะผู้นำสูงสุด ท่านปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ทั้งนี้ ส.ส.เข้าไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้รับการดูแล ถามว่าประชาชนที่ถูกน้ำท่วมส่วนหนึ่งถ้าอยู่ศูนย์พักพิงไม่ว่ากัน แต่ถ้าอยู่ที่บ้านเขาต้องการน้ำ อาหารและรถที่ไว้สำหรับขับถ่าย แต่ติดต่อใครไม่ได้เลย เพราะในแต่ละพื้นที่ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐให้ประสานงาน นี่คือความบกพร่องที่ไร้ประสิทธิภาพทั้งรัฐบาลและจังหวัดต่างๆ ประชาชนต้องช่วยตัวเอง และหากปล่อยอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ประชาชนที่อยู่ในซอยลึกๆ ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับการดูแล ก็จะตำหนิวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากขึ้น ดังนั้นขอเสนอให้นายกฯ บริหารจัดการและสั่งการไปยังระดับล่าง คอยดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนให้กระจายครอบคลุมทุกพื้นที่
“ส่วนเรื่องการเยียวยาเริ่มซับซ้อน วันก่อนรัฐบาลเพิ่งมีมติครม.อนุมัติเงิน 4 พันล้านในการเยียวยาประชาชน และในวันที่ 1 ต.ค.จะเป็นวันเริ่มต้นกรมธรรม์ในการประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน สตาร์ตที่ 10,000 บาทสิ่งที่ผมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจง เพราะวันนี้ท่านมีเงินสองก้อน คือเงิน 4 พันและอีกก้อนที่จ่าย 15,500 ล้านบาทในการป้องกันภัยพิบัติโดยเฉพาะน้ำท่วม 30 ล้านครัวเรือน คำถามคือรายละเอียดกรมธรรม์มีอะไรบ้าง รัฐบาลต้องชี้แจงเพราะนี่คือเงินภาษีของประชาชน ประชาชนจะได้รับสิทธิ์อะไรบ้างจากเงินที่ต้องจ่ายไป นอกจากนี้ผมไม่อยากให้รัฐบาลเอาโครงการชัยนาท ป่าสัก อ่าวไทยแสนกว่าล้านมาเร่งดำเนินการ เพราะมันเร็วเกินไป
ผมอยากให้ท่านดูแลประชาชนทั้งประเทศ ทำไมไม่คิดถึงทฤษฎีขนมครก หรือโครงการแก้มลิงยักษ์ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ท่านทำแก้มลิงทุกหมู่บ้าน ใช้เงินไม่มาก ดูแลทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งและดูแลง่ายด้วย” นพ.วรงค์ กล่าว


