หน้าแรก การเมือง ทนายแจม ซัดเด...

ทนายแจม ซัดเดือดปล่อย ‘สายไหม’ จม 4 วัน พอ นายกฯ โผล่ความช่วยเหลือก็มา

30.09.26 | 17:57 น.

ทนายแจม ย้อนถาม ‘อนุทินฯ’ ตอนนี้ในสภาฯ ท่านอยู่ไหน หลังเจอตามหาตัวตอน ‘นายกฯ’ ลงพื้นที่คลองจั่น ครวญ ชาวบ้านโทรถามต้องอยู่กับน้ำอีกนานแค่ไหน ตอบไม่ได้ก็ร้องไห้ใส่ จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัด

เมื่อเวลาวันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤต และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ


ต่อมา น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า วันนี้อาจจะไม่มีใครไม่รู้จักเขตซอยไหน ตอนอุทกภัยปี 54 สายไหมเป็นอีกเขตที่ทั้งกรุงเทพมหานครเราน่าจะเป็นเขตที่แห้งช้าที่สุด วันนี้ปี 69 หมายความว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่ได้เรียนรู้บทเรียนของน้ำท่วมเลยแม้แต่น้อย สายไหมยังคงเป็นพื้นที่ที่ต้องรับน้ำจากพื้นที่ที่แห้งสนิทแล้วในกรุงเทพฯ เหมือนเดิม เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกบอกว่านายกฯ พยายามตามหาส.ส. ในพื้นที่ว่าส.ส.ไปอยู่ที่ไหนในวันที่ลงพื้นที่เขตคลองจั่น

“วันนี้จึงอยากถามว่าวันนี้ในสภานายกฯ อยู่ที่ไหนลองแพลนกล้องไปด้านบนได้เลย ไม่มีใครเลยจะมารับเรื่องเราในวันนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ที่เดือดร้อนแต่รอบนอกก็เดือดร้อนไม่ต่างกัน เผลอๆ เจ้าหน้าที่สภาหลายคนก็ลุยน้ำมาทำงานกัน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

น.ส.ศศินันท์ กล่าวต่อว่า 4 วันที่ผ่านมาได้ข่าวว่านายกฯ ก็ไปลงพื้นที่ที่เอื้ออาทรเพิ่มสิน ซึ่งตนลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกที่มีข่าวว่าจะมีน้ำ วันแรกเริ่มลุยประชาชนต้องการกระสอบทราย ทุกคนแพนิคมาก วันที่สองประชาชนเริ่มต้องการกระสอบทรายน้อยลง คนเริ่มต้องการอาหาร วันที่สามคนเริ่มต้องการอาหารมากขึ้น เขตสายไหม อาหาร 2-3 พันกล่อง ส่งเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะรัฐบาลบอกว่า 1-2 วันน้ำก็จะแห้งแล้ว ประชาชนก็ไม่มีการเตรียมความพร้อมว่าจะอยู่นานขนาดไหน หากคนสายไหมรู้ว่าเราจะต้องรับน้ำไปอีกกี่วัน แล้วเรามีการเตรียมการได้ดีกว่านี้ ไม่มีใครต้องการความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรอก ทุกคนอยากช่วยตัวเองก่อนทั้งนั้น

Advertisement

“แต่ทุกสายที่โทรหาดิฉันทั้งวันตลอด ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมาดิฉันไม่ได้หยุดรับสาย นี่ก็ยังสั่นอยู่เลย เพราะเขาไม่รู้เลยว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร เขาไม่รู้เลยว่าข้อความ Cell broadcast ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ได้จากรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมาว่าให้ขนของขึ้นที่สูงอีก น้ำเดิมยังไม่หาย ให้ขนของอีกแล้วไม่มีข้อความอะไรต่อมาเลยว่าแล้วต้องทำอย่างไร โทรศัพท์มาถามดิฉันเยอะมากว่าให้ย้ายรถไปที่ไหน ขนสูงขนาดไหน เราต้องอยู่อีกนานขนาดไหน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

น.ส.ศศินันท์ กล่าวต่อว่า ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้ เมื่อยกหูหาผอ.เขต ท่านก็บอกว่าให้โทรหากรมชลได้หรือไม่ เขาก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน จะยกหูหาใครก็ไม่มีใครรู้ บางสายที่ตนตอบไม่ได้ ตนก็ร้องไห้ใส่ประชาชน ไม่รู้เหมือนกัน ทุกวันนี้ทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะ เช้าถึงเย็นถึงค่ำ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ตนลงพื้นที่หมู่บ้านสุดท้ายก็เกือบเที่ยงคืน คนมารอตั้งแต่ 19.00 น. เพื่อรับอาหาร

“เชื่อหรือไม่ว่าทุกคนพูดเหมือนกันหมดไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาเลย 4 วันที่ผ่านมาดิฉันขับรถไปทั่วไม่มีสวนของหน่วยงานใดเลยแม้แต่คันเดียว แต่เมื่อวาน อนุทินมาที่สายไหมของดิฉัน หน่วยงานมาจากไหนก็ไม่รู้ 4 วันที่ผ่านมาไม่เห็น แต่เมื่อคืนมากันเต็ม เครื่องสูบน้ำที่หาไม่ได้ เมื่อคืนมาจากไหนไม่รู้ จึงอยากถามไปยังรัฐบาลว่าท่านจะให้เขตของดิฉัน สายไหม ปทุมธานี นนทบุรี พวกเราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ไปอีกนานแค่ไหน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว

น.ส.ศศินันท์ กล่าวต่อว่า จนยุคนี้มีเอไอหมดแล้วมีการเก็บข้อมูลมาทุกรูปแบบแล้วเรายังต้องมามานั่งแก้ปัญหาแบบเดิมโดยการมานั่งแจกข้าว แจกยากันฉี่หนู ยาแก้กัดเท้า อยู่แบบนี้ตลอดเวลา แล้วก็มานั่งถอดบทเรียนในสภาฯ ตนก็คิดอยู่ว่าจะออกจากพื้นที่แล้วมาสภาดีหรือไม่ มุมหนึ่งก็คิดว่ามาสภาก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่อย่างน้อยขอเอาเสียงของคนสายไหมมาพูดในสภาฯ ให้ทุกคนได้ยินก็ยังดี

“คนสายไหมเข้าใจว่าการผันน้ำต้องผ่านสายไหม ทุกคนเข้าใจหมด แต่ช่วยบอกความชัดเจนว่าต้องอยู่อีกนานขนาดไหนและการเยียวยาของเราจะได้กับคนที่ ท่วมแป๊บเดียวหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ท่านต้องตอบพวกเราและสื่อสารให้ทุกคนรู้พร้อมกัน” น.ส.ศศินันท์ กล่าว