หน้าแรก การเมือง สส.เมืองคอน ช...

สส.เมืองคอน ชู ‘ยันต์กันหนู’ รุ่นน้ำท่วม ซัดหนีรับผิดชอบ รบ.ถอดบทเรียน 3 รอบ ไร้ผล!!

30.09.26 | 17:41 น.

พิทักษ์เดช ชู ‘ยันต์กันหนู รุ่นน้ำท่วม’ แซะประมุขฝ่ายบริหารหนีความรับผิดชอบ ซัดรัฐบาลแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ‘ถอดบทเรียน 3 รอบ’ ไร้ผล


เมื่อวันที่ 30 กันยายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในญัตติด่วนด้วยวาจาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาอุทกภัย ว่า ขอถามถึงความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงภาครัฐในการบริหารจัดการวิกฤตภัยพิบัติ เพราะปัญหาอุทกภัยในประเทศไทยเกิดขึ้นซ้ำซาก ซึ่งในสภาชุดที่ 27 มีการเสนอญัตติและถอดบทเรียนเรื่องน้ำท่วมมาแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ถอดที่อำเภอหาดใหญ่เปรียบเหมือนการถอดเสื้อ ครั้งที่ 2 ถอดที่จังหวัดน่าน เปรียบเหมือนการถอดกางเกง ครั้งที่ 3 ถอดที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เปรียบเหมือนการถอดชุดชั้นใน

“ถอดบทเรียนกันจนถึงขนาดนี้ แต่ผลลัพธ์ในการบริหารจัดการกลับไม่มีความโปร่งใสหรือมีประสิทธิภาพ ฝ่ายบริหารขาดการวางระบบเตือนภัยล่วงหน้า ขาดระบบประสานงาน และปล่อยให้ประชาชนเผชิญความยากลำบากตามลำพัง” นายพิทักษ์เดชกล่าว

Advertisement

นายพิทักษ์เดชกล่าวต่อว่า นโยบายหาเสียงของพรรครัฐบาล เรื่อง กองทุนภัยพิบัติ ที่เคยโฆษณาไว้ว่าจะใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสอบและจ่ายเงินเยียวยาครัวเรือนละ 100,000 บาททันทีเมื่อเกิดเหตุ แต่ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ประชาชนกลับได้รับเงินช่วยเหลือเพียง 9,000 บาท หรือมาตรการแจกเงิน 1,000 บาท ซึ่งตนมองว่าเป็นการแจกเพื่อไม่ให้ถูกต่อว่า แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง ซึ่งปัญหาในกรุงเทพฯ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน สทนช. และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ล้มเหลวในการบูรณาการการบริหารจัดการ 3 น้ำคือ น้ำฝน น้ำเหนือ และน้ำหนุน ซ้ำร้ายผู้บังคับบัญชาระดับสูง เช่น รองนายกฯ กลับออกมาแถลงยืนยันว่าเอาอยู่ ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจผิดและทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐในสายตาประชาชน

“เมื่อระบบราชการและผู้บริหารสูงสุดไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนได้ จนทำให้น้ำท่วมหนักเข้าขั้นจมรู ประชาชนจึงจำต้องพึ่งพาพุทธคุณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผมจึงนำยันต์กันหนู รุ่นน้ำท่วมแล้วเอาไม่อยู่ แต่หนูยังร่าเริง มาแสดงกลางประชุมสภา เพื่อสะท้อนถึงการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร” นายพิทักษ์เดชกล่าว