‘บิ๊กดุลย์’ ยันทหารจะอยู่กับประชาชนทุกวัน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย สั่งระดมทัพช่วยบ้านเอื้ออาทรคลองถนน เร่งระบายน้ำ-ดูแล 57 ผู้ป่วยติดเตียง ย้ำทุกหน่วยจับมือทำงานจนกว่าวิกฤต
เมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่เขตสายไหมต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนบริเวณเคหะชุมชนบ้านเอื้ออาทรคลองถนน ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่และยังมีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามการแก้ไขปัญหาและรับทราบความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
จากการลงพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ประสานหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เข้าสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐและกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนครอบคลุมทั้งด้านอาหาร การเดินทาง การอพยพ และการดำรงชีวิตระหว่างที่ระดับน้ำยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

โดยในชุมชนมีผู้ป่วยติดเตียง 57 ราย รวมถึงผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง จึงจัดกำลังเข้าดูแลและสำรวจความต้องการอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดตั้งครัวสนามพระราชทานเพื่อประกอบอาหารและแจกจ่ายให้ประชาชน โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ไม่สามารถเดินทางออกมารับอาหารหรือสิ่งของได้ด้วยตนเอง
ขณะเดียวกัน กองทัพบกได้จัดรถโดยสารขนาดใหญ่สนับสนุนการเดินทางของประชาชนเข้า-ออกพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเตรียมยานพาหนะและกำลังพลให้พร้อมสนับสนุนการเคลื่อนย้ายประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางออกจากพื้นที่ เพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย
ระหว่างการลงพื้นที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามการปฏิบัติงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าปฏิบัติงาน พร้อมสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงแผนการระบายน้ำ ทิศทางการสูบและผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ ระดับน้ำที่ต้องติดตาม ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่อาจส่งผลต่อการระบายน้ำ เพื่อประเมินว่ากระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพสามารถสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติมในส่วนใดได้บ้าง เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด

พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า การรับมือสถานการณ์ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันของรัฐบาลและทุกหน่วยงาน โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่และความเชี่ยวชาญโดยตรงยังคงเป็นกลไกหลักในการบริหารจัดการสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมทำหน้าที่เป็น “กำลังสนับสนุน” ทั้งด้านกำลังพล ยานพาหนะ เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ เมื่อได้รับการประสานหรือพบว่าพื้นที่ใดมีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมกำชับหน่วยทหารในพื้นที่ให้ประสานกับ ปภ. กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากมีความต้องการกำลังหรือเครื่องมือเพิ่มเติมให้เร่งสนับสนุนทันที โดยเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำ การเดินทางและเคลื่อนย้ายประชาชน ตลอดจนการดูแลกลุ่มเปราะบาง เพื่อไม่ให้เกิดช่วงว่างในการช่วยเหลือ
“สถานการณ์แบบนี้ไม่มีหน่วยงานใดทำงานได้เพียงลำพัง ทุกฝ่ายมีหน้าที่และความเชี่ยวชาญของตนเอง ทหารพร้อมเข้าไปสนับสนุนในส่วนที่เรามีกำลังและเครื่องมือ เป้าหมายเดียวกันคือทำอย่างไรให้ความเดือดร้อนของประชาชนลดลง ผมยืนยันว่าทหารจะอยู่เคียงข้างประชาชนจนสถานการณ์จะคลี่คลาย แล้วผมจะลงพื้นที่ทุกวัน” พล.ท.อดุลย์กล่าว

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยังคงให้หน่วยทหารติดตามสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนรัฐบาล กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งในช่วงเผชิญเหตุและการฟื้นฟูภายหลังระดับน้ำลด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย



