โฆษกรัฐบาล เผย เขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำเป็น 2,300ลบ.ม. ย้ำ ขยับเพิ่มเป็นขั้นบันได วันละ 100 ลบ.ม. ยัน ไม่ให้เกิน 2,500ลบ.ม.รอรับน้ำเหนือ ถึงอยุธยา 3 ต.ค.นี้ ย้ำผู้ว่าฯสองฝั่งเจ้าพระยา แจ้งเตือนปชช.-จ.ฉะเชิงเทรา-ราชบุรี สมุทรสงคราม พร้อมอพยพ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม ที่ปภ. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าว ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้สั่งการในที่ประชุม ให้ทุกฝ่ายจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม โดยจัดทีมปฏิบัติงานไปในพื้นที่เข้าถึงยากเนื่องจากน้ำสูงและอยู่ในที่ลึก ให้จัดอาหาร น้ำและยารักษาโรคให้พร้อม และเน้นย้ำเรื่องการสื่อสารข้อมูลกับประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเตรียมมาตรการรับฝนรอบใหม่วันที่ 4-6 ต.ค.นี้ ซึ่งแต่ละจังหวัดให้นำข้อมูลจากจิสด้า มาพิจารณา ขณะเดียวกันผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน ให้เตือนประชาชน รวมถึงผู้ว่าฯกทม.และผู้ที่เกี่ยวข้องขอให้อยู่ในพื้นที่ตลอดเวลาและเร่งสูบระบายน้ำในพื้นที่ที่น้ำลดแล้วอย่างต่อเนื่อง
นายเอกภพ กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ขณะนี้ปรับเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามที่คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่ง(กนช.) อนุมัติ เพื่อเตรียมรับปริมาณน้ำเหนือเขื่อนที่จะเพิ่มขึ้น โดยกนช.จะบริหารจัดการให้ปล่อยน้ำแบบเป็นขั้นบันได ที่ระดับ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หากสถานการณ์ฝนดีขึ้น จะปรับเพิ่ม แต่จะไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่น้ำในเขื่อนป่าสักที่เกินระดับ 100% ที่จะปล่อยลงมาสมทบที่เจ้าพระยา ถึงพื้นที่รับน้ำ คือ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ต้องเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนริมน้ำ และในพื้นที่ราบลุ่ม ให้เตรียมขนย้ายและอพยพ ยกของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับจ.นนทบุรีและปทุมธานี ที่จะรับน้ำต่อไป หากมีการประกาศให้อพยพขอให้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ภาคตะวันตก ที่จ.กาญจนบุรี ปริมาณน้ำในเขื่อนวชิราลงกรณ์มีระดับน้ำสูงขึ้น จากการกักน้ำไว้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา จะมีการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน โดยเพิ่มระดับการระบายน้ำที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากปริมาณฝนลดลง และยังเตรียมพร้อมรับฝนรอบใหม่ ซึ่งขณะนี้น้ำเหนือเขื่อน กับปริมาณน้ำในเขื่อนยังมีความห่างกันอยู่จึงไม่มาหนุนกัน
สำหรับเขื่อนแม่กลอง ปล่อยระบายน้ำที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรองรับน้ำไม่ให้เกิดผลกระทบทั้งเหนือและใต้เขื่อน โดยน้ำจะไหลลงผ่านไปที่จ.ราชบุรี และสมุทรสงคราม จึงเตือนภัยให้ประชาชนริมน้ำทั้งสองจังหวัดให้อพยพขนของขึ้นที่สูง และต้องเฝ้าระวังน้ำรอบใหม่ที่จะมาเติมอย่างใกล้ชิดจะมา
ส่วนสถานการณ์ภาคตะวันออก ที่จ.ปราจีนบุรี ซึ่งรับน้ำจากจ.นครนายก ได้ผ่านปริมาณน้ำในจุดสูงสุดไปแล้ว พื้นที่ต่อไปจะที่จะรับน้ำก่อนไหลลงบางปะกง คือ พื้นที่ลุ่มต่ำที่อ.บางคล้า ,บางน้ำเปรี้ยว ให้เตรียมคนย้ายของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบางไปอยู่ในจุดที่มีการจัดเตรียมไว้ให้พักพิง
นายเอกภพ กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการทางกระทรวงการคลัง ได้ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม ติดต่อได้ที่สายด่วน 1689 โดยจะประสานงานให้ข้อมูลธนาคาร การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงสินเชื่อบุคคล และมาตรการพักหนี้ และประนอมหนี้ของประชาชน รวมถึงการประสานงานเคลมประกัน สำหรับผู้ที่มีประกันวินาศภัย
ด้านผู้แทนสทนช. กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำยังอยู่บริเวณจ.นครสวรรค์ โดยจะใช้เวลา 1 วัน เคลื่อนมาถึงเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเกณฑ์เจ้าพระยาจะไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีคือ และจะปรับเพิ่มขึ้นในอัตราวันละ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเล็กน้อยแต่จะไม่สูงกว่าแนวป้องกันน้ำไหล จากนั้นคาดว่าจะเคลื่อนต่ำไปที่จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 3 ต.ค. ขณะที่น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ที่ระบายจากเขื่อนป่าสัก ได้ปรับลดลง 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตามแผนการระบายน้ำจะควบคุมไม่ให้เกิน 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบทางตอนล่าง โดยน้ำตรงนี้จะลงไปที่เขื่อนพระราม 6 และไปสมทบลงแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จ.พระนครศรีอยุธยา โดยคาดว่าน้ำที่จะรวมกันไม่เกิน 3000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แล้ว จะลงต่อไปที่ปทุมธานีนนทบุรี กรุงเทพฯไปลงที่จังหวัด สมุทรปราการ ออกอ่าวไทย ซึ่งระดับน้ำเมื่อมาถึงกรุงเทพฯ จะต่ำกว่าคันกั้นประมาณ 40 เซนติเมตร
สำหรับน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนแม่กลอง ยังอยู่ในแนวโน้มที่ควบคุมการระบายได้ เนื่องจากปริมาณแม่น้ำแควน้อยลดลงและคาดว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงไปกว่า นี้เนื่องจากฝนตกลงมาไม่มาก สิ่งที่จะบริหารเพิ่มเติมคือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ที่จะต้องเริ่มการระบายน้ำในวันนี้ ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรับน้ำที่จะมาเติมต่อไป

