“โรม” เดือดบี้ สินบน 40 ล้าน ทำไมเรียกนายคิวเจ้าพ่อเว็บพนันสอบ หรือเป็นผู้มีพระคุณกับภท. ด้าน “ไชยชนก” สวนหากจริงใจ ส่งหลักฐานมา อย่าปรักปรำ พร้อมโวผลงานจับส.ส.พรรคส้ม ขณะที่ “รังสิมันต์” ปูดคืน สส.หญิง ชัยภูมิ ที่มีสามี เอี่ยวอาชญากรรมข้ามชาติด้วย ไม่ใช่ ”ไอ้นี่คือมันเป็นส้ม”ก็จัดการ ด้าน “สุดาชา” ลุกประท้วง ซัดไม่แมนกล่าวหาไม่มีหลักฐานทำเสียหาย จี้ต้องถอนคำพูด – โรมยันไม่ถอน มีหลักฐานตามมาแน่ ก่อน “มัลลิกา”ไล่ออกนอกห้องประชุม
เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯคนที่ 1 เป็นประธาน การประชุมพิจารณากระทู้ถาม ของ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามเรื่องขอทราบรายละเอียดและความคืบหน้ากรณีมีผู้เสนอสินบนให้แก่รัฐมนตรี เป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท ถาม นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ว่า จากกรณีที่นายไชยชนก เปิดเผยต่อสภาฯเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ว่าก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่ง รมว.ดีอีนั้น มีผู้ติดต่อเพื่อเสนอสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามแกงค์มิจฉาชีพออนไลน์และเว็บพนัน ซึ่งตกลงแล้วกาารเสนอสินบนมีข้อเท็จจริงอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้แยกเป็น 2 ประเด็น คือ1.เรื่องสินบน และ2.เว๊บพนัน ซึ่งอาจจะมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพ แก็งสแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์
นายรังสิมันต์ กล่าวว่าผู้เสนอสินบนคือนายคิว ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงตามข่าวและในคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมายฯสภาฯ โดยที่มีการเสนอโดยการพูดคุยกับนายฉัตรมงคล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ หรือผู้ช่วยดำเนินการ ของสส.พรรคภูมิใจไทย ที่ชื่อว่า พิมพ์ สส.อยู่ที่อยุธยา จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในสำนวนคือมีการคุยกันเมื่อวันที่ 20 กันยายน หลังจากนั้นวันที่ 25 กันยายน จากปากคำของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยปรากฏว่าได้มีการพบกับนายฉัตรมงคล และมีการพูดคุยกันเรื่องนั้น หลังจากนั้นได้มีการมาพูดคุยกับนายไชยชนกในวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่มีการแถลงนโยบายรัฐบาล
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนต้องการถามว่าผู้ถูกกล่าวหาเขาใช้วิธีการและช่องทางใดในการเข้าถึงทีมงานของานของนายไชยนก เพื่อเสนอเงินสินบนดังกล่าว ขอให้นายไชยชนกช่วยยืนยันข้อเท็จจริงนี้ด้วย การที่เข้าถึงกันแบบนี้ ท่านได้ไปตรวจสอบหรือไม่ว่านายฉัตรมงคล และผู้เสนอสินบนคือในคิว รู้จักกันได้อย่างไร ได้ตรวจสอบหรือไม่ และการที่นายไชยชนกบอกว่ายังไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ได้รับการติดต่อสินบน แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียด นายไชยชนกได้รับการโปรดเกล้าฯเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 แต่นายไชยชนกแถลงเรื่องนี้ วันที่ 30 กันยายน โดยที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ พยานปากเอกของตน ได้ยืนยันในกมธ.การกฎหมายฯว่ามาพูดกับนายไชยชนก วันที่ 30 กันยายน ตกลงแล้วที่บอกว่ามีการเสนอก่อนที่นายไชยชนกจะเข้ารับตำแหน่งมีรายละเอียดกันอย่างไร เพราะถ้าเสนอกันวันที่ 30 กันยายน วันนั้นนายไชยชนก เป็นรัฐมนตรีแล้ว หรือมีกรณีอื่นที่เสนอกันก่อนหน้านั้นก่อนที่นายไชยชนก จะได้เป็นรัฐมนตรี
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จากวันที่มีการแถลงนโยบายวันที่ 30 กันยายน 2568 ผ่านมาแล้ว 1 ปี นายไชยชนก ได้ไปตรวจสอบแล้วหรือยังว่าประเพณีปฏิบัติที่ผ่านมาของรมว.ดีอี มีการรับสินบนจากเจ้าของเว็บพนัน สแกมเมอร์หรือไม่ ซึ่งวันนั้น นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรมว.ดีอี ก็แปลกใจว่ารมว.ดีอีคนใหม่ ยังไม่ทันได้ทำหน้าที่ แต่มีคนมาเสนอให้เดือนละ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เข้าใจว่าที่เขากล้าเสนอเรื่องผิดกฎหมายเช่นนี้อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของท่านที่ทำให้เหล่ามิจฉาชีพเข้าใจได้ว่ามีช่องทางในการพูดคุยเรื่องดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าจะทำทุกอย่างตามกฏหมาย ขอแนะนำให้เร่งดำเนินการหาตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษ อย่าดีแต่พูด อย่าทำตัวเป็นรัฐมนตรีต้นทุนต่ำ

นายไชยชนก ชี้แจงว่า ประเด็นนี้ตอบไปหลายเวทีแล้ว รวมถึงในกมธ.กฎหมายฯ ซึ่งคำถามที่อยากให้ตนยืนยันเรื่องสินบน ตนก็ยืนยันไปตามกระบวนการที่ท่านได้ขึ้นสไลด์ไปแล้ว เพราะท่านรู้และทราบดีอยู่แล้ว ส่วนที่ถามว่าสรุปแล้วกระบวนการนำเสนอเมื่อไหร่อย่างไรแน่ เพราะตนพูดเมื่อวันที่ 30 ก.ย.และบอกว่าตนเป็นรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งจริงๆยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ จนกว่าจะแถลงนโยบาย ความหมายของตนยังไม่สามารถดำเนินการและสั่งการอะไรได้จนกว่าจะมีการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการตรวจสอบภายในของหน่วยงานกระทรวงดีอีก็ได้ตั้งคณะกรรมการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และได้มีการตรวจสอบแล้วว่าภายในกระทรวงมีท่านใดที่มีการกระทำรับสินบนนี้หรือไม่ ซึ่งผลลัพท์ก็ไม่ได้พบหลักฐาน ตนจึงไม่สามารถที่จะเอาความเชื่อส่วนตัวมาเป็นที่ตั้งได้ แต่ก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด และได้มการส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสอบสวนกลาง และกรมสำรวจคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เพื่อนำไปขยายผลต่อ
นายรังสิมันต์ถามต่อว่า ตนต้องการความมั่นใจว่าตกลงแล้วมีการเสนอสินบนมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่ แต่สิ่งที่ทำให้ไม่มั่นใจคือนายไชยชนก บอกว่าเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ซึ่งตนเข้าใจว่าที่นายไชยชนก บอกว่าคนที่ไม่น่าจะมีศักยภาพในการทำได้ ท่านคงจะหมายถึงนายฉัตรมงคล ซึ่งเป็นผู้ช่วยสส.ของน.ส.พิมพ์ สส.อยุธยา ตนอยากถามว่าข้อเท็จจริงที่มีการเสนอจะจ่ายเงิน 10,000 บาทต่อ URLให้กับรัฐมนตรีดีอีว่าถ้าจะปิดเว็บไซต์ต่างๆ ช่วยบอกกันล่วงหน้าด้วยรวมกันทั้งหมด 4,000 เว็บไซต์ คิดเป็นมูลค่าเงินถึง 40 ล้านบาทต่อเดือน สิ่งที่เราอยากรู้คือจนถึงวันนี้ท่านได้มีการสืบสวนเรื่องนี้ไปเจออะไรบ้าง เพราะคณะกรรมการที่รัฐมนตรีดีอี ตั้งขึ้นมา เรียกทุกคนไปสอบ แม้แต่นายไชยชนก แต่ไม่เรียกนายคิวไปสอบ และส่งเอกสารรายละเอียดทั้งหมดไปให้สอบสวนกลาง และสอบสวนกลางก็ไม่มีการออกหมายเรียกนายคิว เพราะกลัวนายคิวจะไม่มา ดังนั้นขอให้นายไชยชนก อธิบรายด้วยว่าทำไมไม่เรียกนายคิวมาสอบ ขอให้อธิบายด้วยว่านายฉัตรมงคลไม่มีศักยภาพอย่างไร
“สส.บางคนได้ข่าวว่าอยู่แถวใต้ไปดูรูปเก่าๆ ก็ดูไม่มีศักยภาพเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้ถูกยึดอายัดทรัพย์ เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันผมขอถามว่าได้ตรวจสอบนายฉัตรมงคลหรือยังว่า ตกลงแล้วนายฉัตรมงคล ให้เป็นนกต่อหรือเป็นนายหน้าให้กับเครือข่ายเว็บพนันและได้ตรวจสอบ นายวรศิษฎ์หรือไม่ว่า ไม่ได้ทำหน้าที่แบบเดียวกันคือเป็นนายหน้าหรือนกต่อ เพื่อให้เกิดการคุ้มครองเว็บพนันและบรรดาเหล่าสแกมเมอร์ เพราะการที่นายไชยชนกมาเป็นรัฐมนตรีหนึ่งนโยบายคือการปราบปรามสแกรมเมอร์ แล้วท่านทำอะไรในกระบวนการตรวจสอบเรื่องเหล่านี้ และมีการส่งเรื่องนี้ไปให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นเงินของนายวรศิษฎ์ ของนายฉัตรมงคล หรือไม่ และทำไมถึงไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษนายคิวทั้งคดีสินบน คดีฟอกเงินหรือเว็บพนัน. เพราะท่านเป็นเจ้าหน้าทีของรัฐ การกระทำแบบนี้ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และอะไรคือความคืบหน้าของคดี“นายรังสิมันต์ กล่าว

นายไชยชนก ชี้แจงว่า ที่ตนตอบไม่แน่ใจว่ามีตัวตนหรือไม่ ไม่ใช่หมายถึงผู้ที่เสนอสินบน แต่หมายถึงผู้รับสินนบนภายในกระทรวง ซึ่งเรามีการตรวจสอบภายในแล้ว แต่ไม่พบหลักฐาน ฉะนั้นตนยืนยันแค่ความเชื่อของตนแบบที่พวกท่านชอบทำไม่ได้ ตนต้องยืนยันตามหลักฐานที่มีการตรวจสอบ และทำไมคณะกรรมการจึงไม่มีการเรียกบุคคลที่ท่านเอ่ยนามไปสอบ เป็นเพราะตอนนั้นเรายังไม่ทราบ ทราบเพียงอย่างเดียวคือนายวรศิษฎ์มาแจ้ง การที่ตนเข้าไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับตำรวจ และยังไม่ได้ระบุว่าใคร เป็นเพราะตนยังไม่ทราบ นายวรศิษฎ์ก็ยังไม่ทราบว่าคือใคร จึงไปขอให้เขาสอบสวนข้อเท็จจริง ยืนยันว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ได้มีการรวบรวมหลักฐานทุกอย่างส่งปปช. ซึ่งเราให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
“พวกผมเป็นผู้เสียหาย ท่านกำลังมานั่งพูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดอย่างกับว่าพวกผมเป็นผู้ร่วมกระบวนการ ถ้าผมเป็นผู้ร่วมกระบวนการ ผมจะลุกขึ้นพูดแสดงเจตจำนงชัดเจนบนสภาอันทรงเกียรติแบบนี้ทำไม และผมจะดำเนินการขนาดนี้ทำไม”นายไชยชนก กล่าว
นายไชยชนก กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 ตนไปงานวันเกิดพ่อ ที่บุรีรัมย์ ตามประเพณีปกติอยู่แล้ว และโดยปกติลงพื้นที่ก็จะมีพี่น้องประชาชนหลายคนมามอบเอกสารร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือเป็นประจำ ซึ่งในวันดังกล่าวมีเอกสารซองหนึ่งที่มอบให้กับตน ในนั้นให้ลิสต์เว็บไซต์ที่เขามีความเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่มาเสนอสินบน แต่จะเกี่ยวข้องหรือไม่เราได้เอาเว็บไซต์ดังกล่าว ให้กับสอบสวนกลาง และดีเอสไอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเว็บไซต์เหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องจริง หลังจากนั้นได้มีการจับกุมผู้ต้องหารวม 52 รายจากหลายเครือข่ายทั่วประเทศ เงินหมุนเวียนรวม 17,200 ล้านบาท และวันที่ 17 ตุลาคมได้มีการแถลงของกระทรวงยุติธรรมในการถลายเครือข่ายพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ได้รับข้อมูลมานักหนาและเราได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างอย่างรวดเร็วในการจัดการ
“ยันรัฐบาลนี้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ เว็บไซต์พนันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่เราได้มาปฏิบัติหน้าที่ สแกมเมอร์มีปริมาณที่ลดลงมากกว่า 50% ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากนั้นเรายังมีการนำมาต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นคดีที่สมุทรปราการ นายสิทธิชัย ส.ส.ของพรรคท่าน ที่โดนจับกุมไปแล้ว พร้อมพวก ข้อหาร่วมกันจัดให้การพนัน และฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีนอมินีที่ภูเก็ต คดีฟอร์เรซ คดีฟอกเงิน ฉะนั้นถ้าท่านรังสิมันต์มีความจริงใจจริงจังในการปราบปรามเรื่องนี้จริงๆผมเชื่อว่าท่านมีท่านั้นไม่ต้องมาป้ายสีรัฐบาลชุดนี้นี่เป็นโอกาสทองของท่านเพราะรัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในทุกมิติจริงๆท่านให้ข้อมูลพวกเราดีกว่ามีข้อมูลอะไรที่ท่านคิดว่าเป็นเบาะแสสำคัญสิ่งที่ท่านรู้ไม่ว่าจะเป็นคนในภาคนอกเราพร้อมดำเนินการเต็มที่และดำเนินการอย่างสุดความสามารถ”นายไชยชนก กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนสงสัยว่าส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ชื่ออะไร คิดว่าไม่น่ามี และคิดว่ารัฐมนตรีเข้าใจผิดไปไกลมาก ขอยืนยันว่าโดยที่ในเรื่องของกระบวนการตรวจสอบใดใดที่เกิดขึ้นและทำให้กับสมาชิกหรือ ส.ส.ของพรรคประชาชน เรายินดีพร้อมให้มีการตรวจสอบและเรายืนยันว่าจะไม่มีการปกป้อง
“ถ้าท่านจะทำหน้าที่ให้เป็นธรรมน่าจะลงไปตรวจสอบ ส.ส.ชัยภูมิ ผู้หญิคนหนึ่ง ซึ่งเป็น ส.ส.ที่อาจจะมีสามี ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ เรายินดีที่จะให้ใช้กฎหมายเพื่อปรับทุนสีเทา แต่ถ้าท่านจะใช้กฎหมายก็ควรจะดำเนินการให้ครอบคลุม ไม่ใช่พรรคนี้มันเกี่ยว มันสีส้ม เอามันเลย แถลงข่าวเลย ถ้าจะทำแบบนั้นก็ได้ แต่มาตรฐานนี้ท่านก็ควรจะถูกปรับใช้กับส.ส.ชัยภูมิพรรคท่านด้วยเหมือนกัน ท่านได้ดำเนินการหรือไม่ หรือนั่นมันสีน้ำเงิน นี่มันสีส้ม ใครก็ตามที่เป็นน้ำเงินต้องรอดเราจะอยู่กันแบบนี้หรือ”นายรังสิมัน กล่าว
นายรังสิมันต์ ต่อว่าตนอยากทราบว่าการดำเนินการกับในคิวที่ล่าช้าเป็นเพราะอะไรเป็นเพราะท่านผู้เท็จในสภาเหมือนกับที่ท่านเพิ่งใส่ร้ายตนว่ามี ส.ส.สมุทรปราการไปเกี่ยวข้องแล้วดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่ง ส.ส.ของตนนั่งอยู่ตรงนี้ก็งงว่าใครถูกดำเนินคดีกับท่านอาจจะพูดจริงแต่ในคิวคนนี้เป็นผู้มีพระคุณต่อพระท่านต่อพวกพ้องของท่านกฎหมายจึงแตะต้องไม่ได้ เอาให้กันให้ชัดว่าเป็นแบบไหน
นายไชยชนก ชี้แจงว่า ที่ตนพูดกถึงคดี ที่สมุทรปราการเป็นสิ่งที่กล่าวอ้างลอยๆและไม่มีหลักฐาน เพราะเป็นเคสที่มีการจับกุมไปแล้ว นายสิทธิชัย เชื้อทอง เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ของคณะก้าวหน้า คิดว่าน่าจะเป็นเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับทางพรรคท่าน ส่วนคดีฟอเรสต์ก็คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ คดีภูเก็ต ก็ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ประกอบธุรกิจต่างด้าวโนมินีที่ภูเก็ต ยืนยันเราดำเนินการเต็มที่แต่ขอให้มีหลักฐาน
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า รัฐมนตรีพึ่งยอมรับว่าอ่านผิดว่าเป็นสส.สมุทรปราการ ตนโอเค แต่ขอพูดว่าตนไม่ปฏิเสธว่าคนที่มาลงรับสมัครกับเราบางส่วนเป็นงูเห่า บางส่วนก็อาจจะมีเรื่องสินบนหรือเงินจิตใจไม่เข้มแข็งพอก็ไปอยู่กับพรรคอื่น บางส่วนมาลงรับสมัครแล้วรอค้นพบทีหลังว่าคนเหล่านี้มีปัญหาก็ไม่ได้ต่อแต่หากรัฐมนตรีจะเอาจริงเอาจังกับกรณีของนายบู๊ก็ช่วยดูดีๆว่าคนคนนี้อาจจะไม่ได้อยู่กับพรรคเราแล้วลองไปดูว่าเขาไปอยู่บ้านใหญ่บ้านไหนขอให้ไปเช็กดูและสนับสนุนเต็มที่ดำเนินคดีให้เด็ดขาด ในกรณีของโนมินีดำเนินคดีเลยเพราะหากดำเนินคดีแล้วเป็นบรรทัดฐานได้เป็นบรรทัดฐานที่ปรับใช้กับทุกพรรคการเมืองและทุกคนและตนสนับสนุนเต็มที่เพราะตนก็เป็นคนที่เกิดที่ภูเก็ตแล้วมาเติบโตที่ปทุมธานี เพราะกรณีของนอร์มินีนั้นใหญ่และหนักจริงควรจะดำเนินการให้เป็นบรรทัดฐานแต่ที่ต้องระวังคือไม่ใช่แค่ดำเนินการเพียงเพราะ “แค่ไอ้นี่คือมันเป็นส้ม” แต่ต้องดำเนินการแบบปิดชื่อถือพฤติกรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิงว่า ส.ส.ชัยภูมิผู้หญิง มีเพียงคนเดียวคือตนเอง นายรังสิมันต์จะพูดจาเลื่อนลอยไม่ได้ ต้องมีหลักฐาน หากพูดมาแบบนี้ พูดชื่อมาเลยจะดูแมนกว่า
“ดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอน ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชาย เพราะท่านพูดถึงดิฉันโดยตรงเพราะฉะนั้นเวลาจะพูดอะไรอย่าพูดเลื่อนลอย อย่าพูดด้วยอารมณ์ พูดอะไรต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่ท่านปลุกปั่นคนด้วยอารมณ์ มันไม่มีเหตุผลแล้วมาพูดพาดพิงถึงดิฉันดิฉันไม่ยอม ท่านต้องถอนหากท่านเป็นลูกผู้ชาย เพราะดิฉันเสียหาย ”น.ส.สุชาดา กล่าวด้วยอารมณ์
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นที่ตนพักพิง ตนได้บอกรัฐมนตรีว่าหากท่านจะปราบขอให้ไปดูสส.อีสานของท่าน ต้องไปดูสส. ชัยภูมิของท่านโดยเฉพาะสส. ที่เป็นผู้หญิง ตนไม่ปฏิเสธที่ตนพูดประโยคนี้ และหากท่านอยากได้หลักฐาน ไม่ต้องห่วง ไม่ช้า
ทำให้น.ส.สุชาดา สวนขึ้นมาทันทีว่า “เปิดเลยค่ะ ถ้าท่านมีหลักฐานเปิดเลยค่ะอย่าพูดจาเลื่อนลอย ดิฉันเสียหายไปแล้วจากคำพูดของท่าน หากไปค้นข้อมูล ก็เจอชื่อดิฉันเป็นส.ส.หญิงชัยภูมิ เพียงคนเดียว มันไม่ใช่ว่าท่านจะเอาชื่อเสียงที่ท่านมีมาพูดให้คนอื่นเขาเสียหาย ท่านต้องถอน ดิฉันไม่ยอม“
นายรังสิมันต์ จึงเสนอให้นำข้อบังคับกาประชุม มาคุยกันว่าตนจะต้องนำพยานหลักฐานมาเปิดตอนนี้ในวาระที่ตนตั้งกระทู้ถามนายไชยชนก น.ส.สุชาดา จึงสวนขึ้นมาเรื่องข้อบังคับทำไม ทำไมไม่ถอนคำพูด
ทำให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ตัดบทว่า ประเด็นนี้ทำให้เสียหาย จึงขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด เพราะส.ส.ชัยภูมิผู้หญิงมีคนเดียว ทำให้คนฟังเข้าใจผิด เมื่อยังไม่มีหลักฐานก็อยากให้ถอนคำพูด
แต่นายรังสิมันต์ กล่าวขึ้นว่า หากท่านยืนยันเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ชี้แจง แต่หลักฐานมาแน่ แต่จะถอนหรือไม่ถอนไม่ใช่เรื่องความแมน สภาควรจะพ้นจากเรื่องพวกนี้ไปได้แล้ว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับลูกผู้ชาย ลูกผู้หญิงทั้งสิ้น ทุกคนเท่าเทียมกัน
น.ส.สุชาดา ตอบโต้ว่า มันเสียหายไปแล้ว ตนไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง เพราะไม่มีเหตุผลว่าตนผิดและไม่มีหลักฐาน และท่านต้องพิจารณาตนเอง มากล่าวหาว่าคนอื่นผิดโดยที่ไม่มีหลักฐาน
ขณะที่ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วงการทำหน้าที่ของประธานที่ประชุม ในการควบคุมการประชุม ตามข้อบังคับ ถ้ามีการประชดเสียดสีหรือใส่ร้ายกัน กลั่นแกล้งคนอื่น ประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกตนเสียหายจริง ตนยังตกใจที่นายรังสีมันต์ไปกล่าวพาดพิง สิ่งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทู้ แล้วทำให้คนอื่นเสียหาย
ด้าน นายรังสิมันต์ ยืนยันว่าไม่ถอนคำพูด ทำให้น.ส.มัลลิกา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายรังสิมันต์ออกไปนอกห้องประชุม พร้อมสั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจสภาทุกประตู วันนี้ห้ามนายรังสีมันต์เข้ามาในห้องประชุม เพราะเป็นการวินิจฉัยของประธานแล้ว
นายรังสิมันต์ จึงระบุว่าน้อมรับปฏิบัติและเดินออกจากห้องประชุมทันที
ขณะที่น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า เมื่อสมาชิกไม่เต็มใจไม่ถอนคำพูดเราก็ได้ลงบันทึกไว้ในรายงานการประชุมตามข้อบังคับ
ทั้งนี้ ยังมีสมาชิกภาคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงไม่พอใจคำวินิจฉัยของประธาน ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวปทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เสนอขอนับองค์ประชุม
ทำให้ น.ส.มัลลิกา เบรกว่าอย่าใช้วิธีนี้ วันนี้ต่างคนต่างว่ากัน และทุกคนก็อย่ามาใส่อารมณ์กัน
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นกล่าวว่า หากจะนับองค์ประชุม ก็ไม่มีปัญหา แต่รัฐมนตรีพร้อมที่จะมาตอบกะทู้ และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ พอเกมสภาเดินต่อไม่ได้แบบนี้ท่านวอล์คเอาท์ แล้วเกิดอะไรขึ้น
ทำให้น.ส.มัลลิกาต้องไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย จนสุดท้าย นายณัฐวุฒิ จึงยอมถอนให้สภานับองค์ประชุม ทำให้ที่ประชุมสภาจึงเดินหน้าตามวาระต่อ




