‘ปกรณ์’ หารือ ‘เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย’ หนุนไทยเข้าสมาชิก OECD ยกระดับกฎระเบียบ-ธรรมาภิบาล-มาตรฐานป้องกันการทุจริต สร้างประโยชน์ต่อประชาชน
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพาโบล คัง (H.E. Mr. Pablo Kang) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียใน รวมถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ในระดับผู้นำ โดยเฉพาะการเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ก่อให้เกิดผลสำเร็จและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และหารือถึงการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายแอนโทนี แอลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งคาดว่าจะเยือนไทยในปี 2570 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ออสเตรเลีย
นายปกรณ์กล่าวถึงความสำคัญของการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่าขอบคุณออสเตรเลียที่สนับสนุนอย่างรอบด้านและเป็นรูปธรรม และให้คำปรึกษา แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและการแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานไทยสำหรับกระบวนการทบทวนทางเทคนิค
ด้านเอกอัครราชทูตออสเตรเลียกล่าวว่า ชื่นชมความมุ่งมั่นของนายกฯและรัฐบาลไทยในการผลักดันกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ประสบผลสำเร็จ โดยเห็นว่าการเข้าเป็นสมาชิก OECD จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ทั้งในด้านการยกระดับกฎระเบียบ ธรรมาภิบาล และมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเฉพาะการยกระดับมาตรฐานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและนำไปสู่ประโยชน์ต่อประชาชนในระยะยาว
นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ ถึงความพร้อมสำหรับการประชุม โดยฝ่ายไทยยินดีต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออสเตรเลีย ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย ตลอดจนคณะผู้แทนภาคธุรกิจของออสเตรเลียที่จะเดินทางเข้าร่วมการประชุม และย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะสานต่อความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทยกับออสเตรเลีย และร่วมกันผลักดันความร่วมมือในสาขาที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและประชาชน โดยรองนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับเอกอัครราชทูตออสเตรเลียอย่างสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลียให้มีความเข้มแข็งและก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

