นายกฯ สั่งเฝ้าระวัง ห่วงมวลน้ำทะลักท่วมจังหวัดซ้ำ จี้เร่งเก็บขยะ-ดูแลสุขอนามัย
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เป็นวันที่ 2 เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กระทรวงกลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล
โดยนายอนุทินเน้นย้ำว่า แม้หลายพื้นที่สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังการกลับมาของมวลน้ำ แม้ฝนจะขาดช่วงไปแต่การบริหารจัดการน้ำ การปล่อยน้ำ น้ำป่า และน้ำหลาก มีโอกาสเกิดขึ้นทุกจังหวัดต้องเตรียมความพร้อมในระดับสูงสุดตลอดเวลา นอกจากนี้ ในพื้นที่น้ำลดต้องเร่งเพิ่มกำลังและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะเพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาสุขอนามัยและมลพิษ
ต่อมานายอนุทินเป็นประธาน Kick off โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมกล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน ถือก้าวสำคัญของการยกระดับการดูแลคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติ โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 3 ประเภท คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย การสูญเสียชีวิต กรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร เริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึง 1 ตุลาคม 2570 ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ขอให้ศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้เข้าใจอย่างละเอียดเพื่อสามารถนำไปประชาสัมพันธ์ แจ้งสิทธิให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง เข้าใจได้ง่าย
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า หลังระดมเครื่องสูบน้ำเข้าพื้นที่แฟลตคลองจั่น ล่าสุด ระดับน้ำลดลงมากแล้ว ประชาชนสามารถเดินสัญจรได้ หัวสูบขนาดใหญ่เริ่มสูบน้ำได้ยากขึ้น กรุงเทพมหานครจึงนำเครื่องสูบน้ำขนาดเล็กเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อสูบน้ำที่เหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย สั่งการในที่ประชุมทุกฝ่ายจัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม เน้นสื่อสารข้อมูลกับประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งเตรียมมาตรการรับฝนรอบใหม่วันที่ 4-6 ตุลาคม ให้แต่ละจังหวัดนำข้อมูลจากจิสด้ามาพิจารณา และให้ผู้ว่าฯทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน เตือนประชาชน
“เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่2,300 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามที่คณะกรรมการนโยบายน้ำแห่ง(กนช.)อนุมัติ เพื่อเตรียมรับปริมาณน้ำเหนือเขื่อนที่จะเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์ฝนดีขึ้น จะปรับเพิ่มการระบายแต่ไม่เกิน2,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะที่น้ำในเขื่อนป่าสักเกินระดับ 100% จะปล่อยลงมาสมทบเจ้าพระยาถึงพื้นที่รับน้ำ คือ จ.พระนครศรีอยุธยา ต้องเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนริมน้ำ พื้นที่ราบลุ่มเตรียมขนย้ายและอพยพ ยกของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับ จ.นนทบุรี และ ปทุมธานี จะรับน้ำต่อไป หากมีการประกาศให้อพยพ ขอให้ไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

