หน้าแรก การเมือง วีระยุทธ ลุยบ...

วีระยุทธ ลุยบางคล้า-คลองหลวงแพ่ง พบชาวบ้านอยู่กับน้ำนานสัปดาห์ ไร้ความช่วยเหลือ

3.10.26 | 20:47 น.

วีระยุทธ ลงพื้นที่บางคล้า-คลองหลวงแพ่ง พบชาวบ้านจมน้ำนานสัปดาห์ แต่ยังไร้ความช่วยเหลือ แนะ ‘ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา’ เร่งประกาศเขตภัยพิบัติครอบคลุมทั้งบางคล้า จี้ ‘รัฐบาล’ เป็นเจ้าภาพแก้น้ำท่วม

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมงานพรรคประชาชนอ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยนำอาหาร ถุงยังชีพ ยา และเครื่องใช้จำเป็นเข้าไปส่งมอบแก่ผู้ประสบภัย


โดยนายวีระยุทธ กล่าวว่า ความเสียหายใน อ.บางคล้าเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง แต่การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกลับครอบคลุมเพียงบางตำบลและบางหมู่บ้าน ไม่ได้ประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอ ส่งผลให้เกิดช่องว่างสำคัญในการบริหารจัดการ ทั้งการสั่งการหน่วยงาน การระดมทรัพยากร และการส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังประชาชน

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราจึงควรเร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจริงทั้งอำเภอ เพื่อให้การบริหารจัดการและช่วยเหลือประชาชนสามารถดำเนินการอย่างเต็มกำลัง แทนการปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำงานอย่างสะเปะสะปะ ขณะที่ประชาชนต้องรอความช่วยเหลือท่ามกลางน้ำท่วม

Advertisement

จากนั้น นายวีระยุทธและทีมงานพรรคประชาชนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เดินทางต่อไปยัง ต.คลองหลวงแพ่ง อ.เมืองฉะเชิงเทรา พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.ฉะเชิงเทรา กับเขตลาดกระบัง จ.กรุงเทพมหานคร เพื่อนำสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านจัดสรร 3 แห่ง รวมกว่า 1 พันหลังคาเรือน ซึ่งพื้นที่ด้านในสุดของหมู่บ้านอยู่ห่างจากถนนใหญ่ที่ยังสามารถสัญจรได้ประมาณ 2 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางมีน้ำท่วมสูง ประชาชนต้องใช้เรือขนาดเล็กในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ ทำให้นายวีระยุทธและทีมงาน ต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วมเเพื่อลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปถึงประชาชนที่ยังอาศัยอยู่ด้านใน

ระหว่างนั้น ประชาชนในพื้นที่ได้ให้ข้อมูลกับว่า หลายครอบครัวต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึง ขณะที่ผู้พักอาศัยจำนวนหนึ่งเป็นพนักงานที่ทำงานในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านไปทำงานได้ตามปกติ

ด้านนายวีระยุทธ กล่าวว่า ปัญหาที่พบไม่ได้มีเพียงเรื่องความช่วยเหลือที่เข้าไม่ถึง แต่ยังสะท้อนถึงการขาดเจ้าภาพในการบริหารจัดการน้ำ โดยหมู่บ้านทั้ง 3 แห่งอยู่ติดกับคลอง 2 สาย แม้แต่ละหมู่บ้านจะมีเครื่องสูบน้ำและพยายามระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตัวเอง แต่ระดับน้ำกลับไม่ลดลง เพราะไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาบริหารจัดการภาพรวม และกำหนดข้อตกลงการระบายน้ำระหว่างพื้นที่อย่างชัดเจน

นายวีระยุทธ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการปล่อยให้ภาคเอกชนและประชาชนแต่ละชุมชนพยายามบริหารวิกฤตกันเอง ต่างฝ่ายต่างต้องหาทางป้องกันและระบายน้ำออกจากพื้นที่ของตัวเองก่อน ทั้งที่ปัญหาน้ำไม่สามารถแก้ได้ด้วยการต่างคนต่างทำ เพราะน้ำที่ถูกผลักออกจากพื้นที่หนึ่งย่อมส่งผลต่ออีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีหน่วยงานรัฐเข้ามาเป็นเจ้าภาพบริหารจัดการทั้งระบบ นอกจากระดับน้ำจะลดลงได้ยากแล้ว ยังเสี่ยงนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างชุมชนได้ในที่สุด

นายวีระยุทธ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น ย้ำว่ารัฐบาลจึงควรเร่งเข้ามารับผิดชอบสถานการณ์อย่างจริงจัง ทั้งการประกาศเขตภัยพิบัติให้สอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง การส่งความช่วยเหลือเข้าไปถึงชุมชนที่ยังถูกตัดขาด และการเป็นเจ้าภาพจัดระบบระบายน้ำระหว่างพื้นที่ ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนที่ต้องอยู่กับน้ำท่วมมานานกว่าสัปดาห์ต้องดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง หรือให้แต่ละชุมชนต้องแก้ปัญหาน้ำกันเองโดยไร้ทิศทางจากภาครัฐ