หน้าแรก การเมือง ทวี ถก กงสุลใ...

ทวี ถก กงสุลใหญ่จีน วงฉลอง 77 ปี ชี้ พื้นที่สีแดง อุปสรรคลงทุน-ตั้งเป้าปี 70 ดับไฟใต้ดึงปักกิ่งฟื้นเศรษฐกิจ

4.10.26 | 12:09 น.

‘พ.ต.อ.ทวี’ ถก กงสุลใหญ่จีน วงฉลอง 77 ปี ชี้ ‘พื้นที่สีแดง’ อุปสรรคลงทุน-ตั้งเป้าปี 70 ดับไฟใต้ดึงปักกิ่งฟื้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนชาวไทยเชื้อสายจีนยะลา จัดยิ่งใหญ่ฉลอง 77 ปี สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน กงสุลใหญ่ฯ ชี้สัมพันธ์ก้าวสู่ “ยุคทอง 50 ปี” ด้าน ‘พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง’ เผยวงหารือสะท้อนปัญหา ‘พื้นที่สีแดง’ ทำรัฐบาลจีนห่วงความปลอดภัย กลายเป็นอุปสรรคหนุนเศรษฐกิจ-การศึกษา ตั้งเป้ายุทธศาสตร์ชาติปี 2570 ชายแดนใต้ต้องยุติความรุนแรง เพื่อเปิดประตูการค้าแก้ปัญหาความยากจน


ที่ห้องประชุม TK Park Yala ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลาร่วมกับหน่วยงานและองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี แห่งการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นายหวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงาน
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างคึกคัก นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ (ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร) นายอับดุลอายี สาแม็ง สส.ยะลา เขต 3 นายสุไลมาน บือแนปีแน สส.ยะลา เขต 1 พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. นายรวิศ สอดส่อง ตลอดจนผู้แทนภาครัฐ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนชาวไทยเชื้อสายจีน

นายหวัง จื้อเจียน กงสุลใหญ่จีน กล่าวบนเวทีว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีน กำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคทอง 50 ปี” โดยจีนพร้อมเดินหน้าความร่วมมือในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านสังคม การศึกษา และอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะที่ตัวแทนชาวไทยเชื้อสายจีนจังหวัดยะลา ระบุว่า การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของจีน ได้เปิดโอกาสทางด้านเศรษฐกิจและอนาคตให้กับประเทศไทยและนานาประเทศอย่างมหาศาล

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้กล่าวพบปะผู้เข้าร่วมงาน โดยเน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ยะลา ซึ่งตามข้อมูลของสถาบันราชภัฏยะลาและศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ระบุว่าชาวจีนได้เข้ามาบุกเบิกใน อ.เบตง ตั้งแต่ปี 2443 (126 ปี) และในยะลาตั้งแต่ปี 2460 (109 ปี) สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันและมิตรภาพที่เปรียบเสมือน “มหาสมุทรแห่งมหามิตร” ระหว่างไทยและจีน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ได้เปิดเผยถึงประเด็นสำคัญจากการหารือร่วมกับกงสุลใหญ่จีนว่า ทางกงสุลฯ ได้ลงพื้นที่รับฟังเสียงสะท้อนจากนักธุรกิจและผู้ประกอบการ รวมถึงได้หารือกับ สส.ยะลา แม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายตำรวจ เพื่อหาแนวทางส่งเสริมการพัฒนาในชายแดนใต้ แต่พบว่ามีอุปสรรคสำคัญคือเรื่องของ “ความมั่นคง”

“สิ่งหนึ่งที่เป็นอุปสรรคคือ พื้นที่ 3 จังหวัดรวมทั้งยะลา ถูกมองเป็นพื้นที่สีแดง พอกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง นโยบายของรัฐบาลจีนก็เป็นห่วงเรื่องความไม่ปลอดภัย ซึ่งในอดีตกงสุลไม่กล้ามา ใจอยากจะมาแต่มาไม่ได้ เพราะรัฐบาลกำหนดเป็นพื้นที่สีแดง” พ.ต.อ.ทวี กล่าวอ้างอิงถึงข้อกังวลของฝ่ายจีน

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลมียุทธศาสตร์ชาติที่วางกรอบร่วมกันว่า ภายในปี 2570 สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องยุติความรุนแรงและเกิดสันติภาพ ซึ่งถือเป็นความท้าทายร่วมกันของทุกฝ่าย เพราะหากสามารถปลดล็อกภาพลักษณ์พื้นที่สีแดงได้ ประเทศจีนก็พร้อมที่จะเข้ามาส่งเสริมทั้งด้านการศึกษาและเศรษฐกิจ

“เราได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากว่า 20 ปี หากจีนเข้ามา จะเป็นโอกาสให้ 3 จังหวัดได้พัฒนา แก้ปัญหาความยากจน โดยเฉพาะพื้นที่เรามีความมั่นคงทางด้านอาหาร เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการค้าขาย” พ.ต.อ.ทวี ระบุ

ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้ชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายยู่สิน นายกสมาคมฯ และพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนใน 3 จังหวัด ที่รวมพลังจัดงานสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนขึ้นด้วยตนเอง ถือเป็นการรุกที่ยิ่งใหญ่ในการรักษามรดกทางภาษาและวัฒนธรรม พร้อมระบุถึงความสำเร็จในอดีตที่ผลักดันให้วันตรุษจีนเป็นวันหยุดราชการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแสดงความเคารพต่ออัตลักษณ์ของชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่

“วันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศจีนจะเอื้อมมา เรามีข้อตกลงกันมากมายว่า สิ่งต่างๆ ที่ได้เสนอและขอร้อง เราจะมีวงคุยกันให้บ่อยขึ้น เพื่อขับเคลื่อน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนจากนักธุรกิจและประชาชนที่มีการหารือวันนี้ ผมจะรับไปส่งเสริมและสนับสนุนต่อไป” พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้าย