เตรียมพร้อมฮัจย์ 2570 เจเศรษฐ์ ยกระดับมาตรการเข้ม ดูแลผู้แสวงบุญ โปร่งใส คุ้มค่า เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ห้องประชุมดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2569 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน พร้อมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ ผู้อำนวยการสำนักกิจการความมั่นคงภายใน ผู้ประกอบการสายการบิน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม
การประชุมในครั้งนี้ กรมการปกครองได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนผู้ประสงค์เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี พ.ศ.2570 (ฮ.ศ.1448) ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์รวม 8,834 คน ผ่านผู้ประกอบกิจการฮัจย์ 98 แห่ง และผลการประชุมร่วมกับกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ให้ความสำคัญของการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Nusuk Masar) การพกบัตรประจำตัวผู้แสวงบุญ (Nusuk Card) รวมถึงสำนักเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการเรื่องที่พักสำหรับผู้เดินทางตามข้อกำหนด

ในส่วนของการพิจารณาวาระสำคัญ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้สายการบินซาอุเดีย ประจำประเทศไทย (SAUDIA–SV) เป็นผู้ดำเนินการขนส่งผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี พ.ศ.2570 พร้อมเห็นชอบผลการกลั่นกรองนิติบุคคลที่ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการฮัจย์ รวม 12 ราย การคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันให้แก่นิติบุคคลที่ใบอนุญาตหมดอายุและนิติบุคคลที่ขอยกเลิกประกอบกิจการ จำนวน 2 ราย รวมถึงมอบอำนาจให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยมีอำนาจในการคืนหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบหลักการคืนเงินเหลือจ่ายจากการลงทะเบียนผู้ประสงค์เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี พ.ศ.2569 โดยใช้วิธีการโอนตรงเข้าบัญชีธนาคารของผู้แสวงบุญตามค่าใช้จ่ายจริง ทั้งค่าบัตรโดยสารเครื่องบินและค่าธรรมเนียมในระบบ Nusuk Masar พร้อมอนุมัติการคืนเงินเหลือจ่ายประจำปี พ.ศ.2568 ให้แก่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ตามข้อยุติร่วมกับผู้ประกอบการ ตลอดจนมอบหมายให้เลขาธิการฯ แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาจัดเช่าที่พักและบริการอาหารให้แล้วเสร็จตามปฏิทินปฏิบัติงานภายในเดือนมกราคม 2570 และมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมการปกครอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงทางการแพทย์กรณีผู้แสวงบุญชาวไทย 14 รายที่ไม่ผ่านข้อกำหนดด้านสุขภาพเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อใช้ประกอบการอุทธรณ์และวางแนวทางป้องกันสำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยในเทศกาลฮัจย์ครั้งต่อไปอย่างรัดกุม


