หน้าแรก การเมือง กสม.แถลงหวั่น...

กสม.แถลงหวั่นเปลี่ยนรายได้ไทยพีบีเอส เปิดช่องฝ่ายการเมืองกุมงบ สั่นคลอนอิสระสื่อ

6.10.26 | 11:10 น.

กสม.แถลงการณ์หวั่นเปลี่ยนรายได้ไทยพีบีเอสจาก “ภาษีบาป” เป็นงบรัฐ เปิดช่องฝ่ายการเมืองกุมงบ สั่นคลอนอิสระสื่อ-สิทธิประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เตือนอย่าใช้โครงสร้างงบเป็นเครื่องมือกดดันสื่อ ขณะที่ สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนกีฬา เสี่ยงกระทบสิทธิสุขภาพและสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง

 


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลถึงผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน กรณีสมาชิกสภาผู้แทนจำนวนหนึ่งเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างแหล่งที่มาของรายได้ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ จากเดิมที่รายได้มาจากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ตามอัตราและเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งของแต่ละองค์กรโดยตรง เป็นให้ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่งกสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอให้พิจารณาตรวจสอบผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและจัดทำข้อเสนอแนะกรณีข้อเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551

โดยกสม. มีข้อห่วงกังวลว่าการยกเลิกการจัดเก็บเงินส่วนเพิ่มจากภาษีสุราและยาสูบให้แก่ไทยพีบีเอส จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระอย่างแท้จริงในการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ทำให้สื่อสาธารณะต้องอยู่ภายใต้ระบบการพิจารณาและอนุมัติงบประมาณรายปีจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน เที่ยงธรรม ปราศจากอคติหรือมีผลประโยชน์แอบแฝง

สื่อสาธารณะมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้รับข่าวสารที่รอบด้าน ไม่ถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ทางการค้าหรือทางการเมือง รวมถึงเป็นสื่อทางเลือกในการผลิตและเผยแพร่รายการที่สื่อเชิงพาณิชย์มีข้อจำกัด เช่น ข่าวเชิงลึก สารคดี รายการเด็กและเยาวชน และรายการที่เป็นปากเสียงของกลุ่มคนที่ไม่มีพื้นที่ในสื่อ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 และมาตรา 35 รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 19 ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี รับรองเสรีภาพของทุกคนในการแสวงหา รับ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร

Advertisement

กสม. เข้าใจดีว่ารัฐมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญที่ต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง และการใช้เงินของรัฐทุกบาทต้องโปร่งใส คุ้มค่า และตรวจสอบได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงคือ จะต้องไม่เปิดช่องให้การจัดสรรหรือไม่ให้งบประมาณกลายเป็นเครื่องมือกดดันการทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ ซึ่งในทางสากลถือเป็นหลักประกันสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

“หากสื่อสาธารณะไม่สามารถธำรงไว้ซึ่งความเป็นอิสระอย่างแท้จริงแล้ว ผู้ที่เสียประโยชน์ในท้ายที่สุดคือประชาชน สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ได้วางแนวไว้ในความเห็นทั่วไปที่ 34 ว่า รัฐพึงประกันความเป็นอิสระและเสรีภาพทางบรรณาธิการของสื่อสาธารณะ และพึงจัดสรรเงินทุนในลักษณะที่ไม่บั่นทอนความเป็นอิสระนั้น”

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของแหล่งรายได้ของอีก 3 กองทุน ได้แก่ สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญในการส่งเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสวัสดิการ สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิและสวัสดิการผู้สูงอายุ และสิทธิในการได้รับการส่งเสริมและสวัสดิการด้านการกีฬา อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานเชิงส่งเสริมและป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ขณะที่วิกฤตสาธารณสุขจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังทวีความรุนแรงขึ้น และเป็นความเสี่ยงด้านภาระทางการเงินมหาศาลที่รัฐต้องแบกรับเพื่อการรักษาโรคในอนาคต ความเสี่ยงนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะประชากรกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ ที่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมสุขภาวะ

“ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วยความรอบคอบ โดยหาทางออกเชิงนโยบายที่ได้สัดส่วนและสมเหตุผลระหว่างการรักษาวินัยการเงินการคลังกับการคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชน ตลอดจนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน เพื่อไม่ให้การปฏิรูปโครงสร้างที่มาของรายได้ของทั้ง 4 หน่วยงาน/กองทุน จากภาษีสุราและยาสูบ กลายเป็นการลดทอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทั้งนี้ กสม. จะเร่งประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยเปิดรับฟังความเห็นผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนและจัดทำข้อเสนอแนะโดยละเอียดต่อไป”