ศุภจี รับ น้ำท่วมมีส่วนผักแพง เร่งประสานขนส่งทั่วถึง พร้อมชะลอส่งออกไข่ไก่ 2-3 สัปดาห์ บรรเทาราคาแพง ปัด ไม่เกี่ยวปม วิทยาลัยดุสิตธานี แชมป์กะทะเหล็ก ย้อนถาม “รถพุ่มพวงจำเป็นหรือไม่” ในภาวะน้ำท่วม
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงสถานการณ์ผักใบมีราคาแพง ว่า สิ่งที่เราจะทำคือช่วยประสานจากผู้ผลิตไปสู่ตลาดกลางให้มากที่สุด และจะประสานกับรถทหารเพื่อขนส่งผัก เข้าไปในพื้นที่เข้าถึงยาก โดยจากสถานการณ์น้ำท่วม ยอมรับว่าทำให้ผักมีราคาแพง จึงให้พาณิชย์จังหวัด ทำงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งอุปสรรคและปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาถึงกระทรวงพาณิชย์ เพื่อประสานความช่วยเหลือไปในพื้นที่ อาทิ ที่จ.ปราจีนบุรี ที่ขาดสิ่งของจำเป็นในหลายจุด ทางกรมการค้าภายในได้ตั้งวอร์รูม ประสานผู้ผลิตผู้ค้าส่งในจุดต่าง ๆ หากพบว่าจุดใดขาดแคลนจะเชื่อมโยงกับผู้ผลิตส่งไปในพื้นที่
นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจศูนย์กระจายสินค้า พร้อมกำชับให้เติมคนและสต๊อกสินค้า ติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ถูกต้อง หากพบไม่ถูกต้องขายเกินราคาและฉวยโอกาสจะจัดการเต็มที่ หากทางกระทรวงลงไปไม่ทั่วถึงขอให้ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลมาได้ที่สายด่วน กรมการค้าภายใน 1569
สำหรับเสียงร้องเรียนเรื่องราคาไข่ไก่แพง ทางกรมการค้าภายในได้หารือกับทางสมาคมผู้เลี้ยงและผู้ค้าไข่ไก่ และเกษตรกรมาหารือ ว่าไข่ไก่มีปริมาณเพียงพอที่จะส่งไปในทุกพื้นที่หรือไม่ โดยให้ส่งรายงานมา กรมการค้าภายใน ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมให้ปริมาณทั่วถึงความต้องการทุกภาคส่วน พร้อมชะลอการส่งออก 3-50 % และดึงเวลาของการส่งออกให้ช้าไป 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ปริมาณไข่ไก่ให้ทั่วถึง
เมื่อถามถึงการต่อยอดนำรถพุ่มพวงเข้าไปจำหน่าย ในหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมนางศุภจี ย้อนถามว่า ตกลงรถพุ่มพวงมีประโยชน์หรือไม่ โดยเจตนาคืออยากให้เข้าไปในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงสินค้าในราคาประหยัดได้ แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่จำเป็น ขณะที่บางพื้นที่มีความจำเป็นโดยเฉพาะช่วงนี้ที่นำท่วม ต้องพิจารณาและพูดคุยก็จะเข้าพื้นที่ห่างไกลได้อย่างไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง รายการเชฟกะทะประเทศไทย ที่ผู้ชนะคือ วิทยาลัยดุสิตธานี ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่ารองนายกฯเคยบริหารงานมาก่อน อาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นางศุภจี ย้อนถามว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า มีข้อสงสัยว่ากรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์ เข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในรายการดังกล่าวให้ด้วยหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ไม่ได้เป็นสปอนเซอร์ และตนไม่ทราบรายละเอียดจึงขอไปตรวจสอบก่อน ซึ่งรายการดังกล่าวถือว่าเป็นรายการปกติทั่วไป แล้วจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร แม้จะเคยบริหารงานที่ดุสิตธานีแต่ตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว จะมีผลประโยชน์ทับซ้อนได้อย่างไร แต่หากตนยังดูแลดุสิตธานีอยู่ ก็อาจมองว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ทั้งนี้ กรมการค้าภายในได้เคยให้รายการดังกล่าวนำผลผลิตสินค้าจีไอที่เป็นสินค้าประจำถิ่น ไปใช้ในรายการ ส่วนจะเป็นสปอนเซอร์หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ



