“อรรถวิชช์” จี้นายกฯ ชี้ขาด ดัน บึงรับน้ำคู้บอน กลับเข้าผังเมือง กทม. ยึดตามแนวพระราชดำริ ร.9 บอก ไม่หวังพึ่งผู้ว่าฯ กทม. เหตุเคยยื่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ได้รับคำตอบว่าจะทำอุโมงค์แทน ชี้ ตอนนี้ “ชัชชาติ”เป็นผู้ว่าฯ หวานเย็น ถ้าจะเป็นผู้ว่าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ต้องกล้าปะทะ-กล้าเจรจา
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงขอให้นายกรัฐมนตรีรับเรื่องบึงรับน้ำคู้บอน กลับเข้าสู่ผังเมืองกรุงเทพฯ ว่า ตลอดช่วง 5 วันที่ผ่านมา ตนได้เสนอให้ทวงคืนบึงรับน้ำคู้บอน ซึ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่กรุงเทพฯ ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสูงถึง 11,000 ล้านบาท ซึ่งตนเห็นว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงของบึงรับน้ำคู้บอน
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ตัวเลข 11,000 ล้านบาท เป็นการนำข้อมูลของบึงคู้บอนมารวมกับบึงบางชัน ซึ่งบึงบางชันตั้งอยู่ติดถนนและมีแนวรถไฟฟ้า ทำให้ค่าเวนคืนที่ดินมีราคาสูง ขณะที่บึงรับน้ำคู้บอนเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นที่ตาบอด ขนาดประมาณ 130 ไร่ สามารถเข้าถึงได้ทางถนนจากหมู่บ้านเสนาและทางคลองเท่านั้นและปัจจุบันราคาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ในระดับไม่สูง และเป็นพื้นที่ของบบริเวณเสนา ดิวิลอปเมนท์ และยังไม่มีการก่อสร้าง สามารถดำเนินโครงการได้อยู่แล้ว
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญคือ บึงรับน้ำคู้บอนไม่ได้ถูกนำกลับเข้าไปอยู่ในผังเมืองกรุงเทพฯ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 ซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นและมีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ ขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเอกสารการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำผังเมืองกรุงเทพฯ มีการนำพื้นที่รับน้ำหลังคันกั้นน้ำตามแนวพระราชดำริมาประกอบการจัดทำผังเมืองด้วย

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบผังเมืองกรุงเทพฯฉบับปี 2556 กับฉบับปัจจุบัน พื้นที่รับน้ำหรือพื้นที่ Floodway ซึ่งกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวลาย มีขนาดลดลงอย่างมาก และเห็นว่าการนำพื้นที่บึงรับน้ำตามแนวพระราชดำริมารวมอยู่ในสมมติฐานของการจัดทำผังเมือง ส่งผลให้พื้นที่ Floodway มีขนาดแคบลง และเปิดพื้นที่สีเหลืองสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยมากขึ้น จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า หากพื้นที่รับน้ำดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ อาจทำให้สมมติฐานในการจัดทำผังเมืองไม่สอดคล้องกับสภาพการบริหารจัดการพื้นที่รับน้ำ
นายอรรถวิชช์ กล่าวด้วยว่า หลังจากกรุงเทพฯปฏิเสธข้อเสนอเรื่องบึงรับน้ำคู้บอน จึงขอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาเป็นผู้ชี้ขาดในเรื่องดังกล่าว โดยขอให้นำแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 เกี่ยวกับการพัฒนาแก้มลิงมาประกอบการพิจารณา และนำเรื่องบึงรับน้ำคู้บอนกลับเข้าสู่ผังเมืองกรุงเทพฯ
“แม้ไม่ได้ร่วมคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และตนเป็นหนึ่งใน สส. ที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ จึงขอฝากความหวังในเรื่องดังกล่าวไว้กับนายกฯ และวันนี้มีการประชุมครม.นายกฯมีกำหนดเดินทางไปภารกิจที่สิงคโปร์ในวันที่ 7-8 ต.ค.นี้ จึงต้องการให้นายกฯตัดสินใจถึงแนวทางดำเนินการต่อประเด็นบึงรับน้ำคู้บอนโดยเร็ว เพราะตอนนี้เราหวังพึ่งนายชัชชาติ สิทธพันธุ์ ผู้ว่ากทม. ไม่ได้แล้ว ก็ต้องหวังพึ่งนายกฯ” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า การทำแก้มลิงกับการสร้างอุโมงค์เป็นคนละส่วนกัน แต่มันต้องทำงานพร้อมกัน คือการระบายน้ำฝนต้องดูเรื่องลอกท่อ จัดระเบียบคลอง ทำแก้มลิง เพื่อดูดซับระบายน้ำผิวดิน แล้วพอลงไปสู่ใต้ดินก็ผ่านอุโมงค์ยักษ์
“อย่าบอกว่าเอาอุโมงค์ยักษ์มาแทนระบบคลองและแก้มลิง คนละเรื่อง มันต้องทำงานพร้อมกัน อันนี้แหละคือเป็นเหตุผลว่า อุโมงค์ยักษ์กรุงเทพฯ ทำงานเพียง 30-40% เท่านั้น แล้วมันจะทำงานเต็ม 100% ได้อย่างไร เพราะเอาน้ำผิวดินลงไปไม่ได้ ท่านผู้ว่าฯ พูดแล้วต้องพูดให้หมด ท่านผู้ว่าฯเป็นคนที่คนกทม. เลือกมาล้านกว่าคน เพราะว่าท่านได้ฉายาว่าแข็งแกร่งที่สุดในปฐพี แต่สิ่งที่ท่านทำอยู่วันนี้ท่านหวานเย็น ท่านทำงานลอกท่อ ทำงานพื้นผิวถนนดี ไฟส่องสว่าง แอโรบิคเสริมสร้างสุขภาพท่านทำได้ แต่งานที่ต้องมีการปะทะ งานที่ต้องใช้การเจรจา เช่นระบบระบายน้ำ ท่านแย่มาก” นายอรรถวิชช์ กล่าว
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยมีการยื่นเรื่องนี้ต่อนายชัชชาติ แล้วหรือไม่ นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนทำเรื่องนี้ตั้งแต่ปี 2564 แล้วมาพูดอีกครั้งปี 67 เพราะเป็นปีที่มีการรับฟังความคิดเห็นเรื่องผังเมืองกรุงเทพฯ ตนยื่นแล้วท่านไม่ได้รับ ท่านให้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่ากทม.เป็นผู้รับ แล้วรองผู้ว่าฯ ก็ยืนยันสองครั้งว่าจะเอาอุโมงค์มาแทนแก้มลิง มันคนละเรื่องเดียวกัน คลองมันอยู่ข้างบน ถ้าบึงคู้บอนติดริมคลองเป็นแก้มกระพุ้งลงไปตรงนี้ ก็จะเป็นแก้มลิงที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ สามารถชะลอน้ำในคลองได้ และเวลาจะดูดออกไปใส่อุโมงค์ยักษ์ก็จะทำได้เร็ว อุโมงค์ยักษ์จะทำงานได้เต็มร้อย100 ขอย้ำว่างานแบบนี้ผู้ว่าฯ กทม. ต้องทำ จึงจะเป็นผู้ว่าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี



