หน้าแรก การเมือง 2 นักสู้ รับร...

2 นักสู้ รับรางวัลสิทธิมนุษยชนคนธรรมดา ‘ป้าน้อย’ มอบ 3 รางวัล สุรชัย แซ่ด่าน เอ่ยบทกวีส่งแรงใจ

6.10.26 | 16:15 น.

‘ใบปอ’ มอบรางวัล สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา 2 นักต่อสู้เพื่อแรงงาน-ชาติพันธุ์ ‘ป้าน้อย’ ภรรยา สุรชัย แซ่ด่าน กล่าวบทกลอนส่งกำลังใจ


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน ร่วมกันจัดงานรำลึก50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยเมื่อเวลา 11.00น.มีพิธีมอบรางวัล ‘สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา’ โดย มูลนิธิศักยภาพชุมชน ซึ่งมี น.ส.ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือ ‘ใบปอ’ เป็นตัวแทนจาก มูลนิธิศักยภาพชุมชน เป็นผู้ประกาศรางวัล

สำหรับเกณฑ์ในการคัดเลือก คือ 1.คนธรรมดาและการมีพื้นที่สื่อในสังคม 2. คนที่ต่อสู้ในสังคมด้านประชาธิปไตยมาอย่างยาวนานและเป็นที่ประจักษ์ 3. ความยากลำบากในการต่อสู้ในสังคมและเศรษฐกิจที่ผกผัน 4.เป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ต่อไป

สำหรับรางวัล ‘สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา’ ปี 2569 ได้แก่ นางศุกาญจน์ตา สุขไผ่ตา ผู้ก่อตั้งกลุ่มคนงานหญิงเพื่อความยุติธรรม และนายเกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย โดยมี นางสาวบุตรีรัตน์ สุริยะเสถียร และนายกฤษกร ศิลารักษ์ เป็นผู้มอบรางวัล

Advertisement

นางศุกาญจน์ตา  กล่าวว่า ต้องขอบคุณคณะกรรมการที่พิจารณามอบกำลังใจ ให้กับคนที่ทำงาน เพราะชีวิตการทำงานของพวกเรา เราชอบทำงานกับคนติดดิน เราไม่ค่อยมีภาพ มีเสียงออกมา ให้สังคมได้ยินสักเท่าไหร่ แต่เรามีความมุ่งมั่นและมีพลังที่อยากเล่า

“เราเป็นผู้นำแรงงานที่บอกกับแรงงานว่าต้องกล้าพูดกล้าแสดงออก กล้านำเสนอปัญหาของเราด้วยตัวเราเองให้ได้ ไม่ใช่หวังฝากความตั้งใจหรือฝากความเป็นธรรม ความยุติธรรม ที่เราอยากได้ไปกับคนอื่น 49 ปีของการเคลื่อนไหว เรายังไม่พบว่าสิ่งที่เราต้องการจริงๆ เกิดขึ้นหรือยังจนวันนี้ หลายคนมีคำตอบว่าจริงๆ แล้วมันไม่เกิดเลย แต่ยังมีความหวังว่าสิ่งที่เราทำกับ คนที่ไม่รู้ มันจะสอนให้คนรู้มากขึ้นได้ลุกขึ้นมาเพิ่มเติมเสริมพลังให้พวกเรา มีกำลังใจในการต่อสู้ต่อไป” นางศุกาญจน์ตา กล่าว

ด้านนายเกรียงไกร กล่าวว่า ขอคารวะและขอสดุดีพี่น้อง เพื่อเป็นการรำลึกถึง 6 ตุลา แม้จะเกิดไม่ทัน แต่ได้มีโอกาสเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างจังหวัด จุดร่วมหนึ่งเราก็อยากจะเข้าใจว่าแง่มุมในช่วงเวลานั้นๆ เกิดอะไรขึ้น ภาพรวมสรุปอันยาวนาน คือ วงจรอุบาทว์นี้ยังมีอยู่ สิ่งที่คงจะบอกกล่าวและร่วมยืนหยัดได้กับพี่น้องทุกๆ ท่านในงานนี้ คือ เราจะตัดไม่ให้วงจรของการประโคมข่าวการบิดเบือน การกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงได้อย่างไร เพราะว่าเหตุการณ์ทุกวันนี้เรื่องราวตรงนี้ ยังวนอยู่และยังเกิดขึ้น และพี่น้องหรือกลุ่มผู้ปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน ยังมีความเสี่ยง

” ผมได้มีโอกาสเจอทนายอานนท์ (นายอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน) ตอนเข้าไปช่วยพี่น้องในคดีบางกลอยที่แก่งกระจาน ที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี และผมได้เจอกับไผ่ (นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา) ตอนขึ้นศาลในกรณีที่โดนคดี SLAPP ด้วยกัน อยากจะบอกว่าวันนี้ทำอย่างไร ให้ความจริง ให้ความหวัง ความฝันของเรา และมันจะเป็นความงามมากๆ ถ้าการนิรโทษกรรมทางการเมืองผู้เห็นต่างเกิดขึ้นได้จริง ก็เป็นความหมายหนึ่งที่ผมหวัง คล้ายๆ กับพี่น้องหลายๆ คนที่อยากให้เกิดขึ้น ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณสำหรับคณะกรรมการและองค์กร และเครือข่ายพี่น้องที่มาร่วม งานลำลึก 6 ตุลา ที่มีพื้นที่ให้คนที่เชื่อมต่อป่าและเมืองมีโอกาสได้มาบอกเล่าและรับรางวัลนี้” นายเกรียงไกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัล เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี 6 ตุลา ซึ่งนางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ ‘ป้าน้อย’ ภรรยาของนายสุรชัย แซ่ด่าน หรือ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ เคยเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยได้รับรางวัล สิทธิมนุษยชนคนธรรมดา ในปี 2566 โดยปีนี้มีการพิจารณามอบรางวัล สุรชัย แซ่ด่าน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตยต่อไป

โดยผู้ได้รับรางวัลสุรชัย แซ่ด่าน ได้แก่ น.ส.ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ ตัวแทนจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ , นายบุญเลิศ คณาธนสาร เจ้าของร้านหนังสืออิสระ House of Commons และนางจันทนา วรากรสกุลกิจ นักกิจกรรมการเมืองโคราช โดยมีนางปราณี เป็นผู้มอบรางวัล

ในช่วงสุดท้ายของการมอบรางวัล นางปราณี กล่าวว่า งานรำลึก 50 ปี 6 ตุลา 19 ปีนี้เป็นปีที่นับว่า ยาวนานมาก 50 ปี เราก็ยังไม่มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ในฐานะภรรยานายสุรชัย แซ่ด่าน อยากมาร่วมให้กำลังใจน้อง ๆ พี่ๆ ที่ต่อสู้ เรียกร้องประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน มันเป็นความคิด เป็นความรู้สึกอยากจะได้ประชาธิปไตย อยากจะมีความอยู่ดีกินดี และอยากจะมีความยุติธรรมที่แท้จริง

“คิดว่าพี่ว่าพี่น้องของเรา ๆ คนที่อยู่ในเรือนจำ ที่ลี้ภัย และที่ยังอยู่ข้างนอกยังไม่สุขสบาย ยังได้รับความกดขี่ขูดรีดจากเผด็จการแม้ตอนนี้จะซ่อนรูปอยู่ ไม่แสดงตัวเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ยึดอำนาจมา 10 กว่าครั้ง ก็ขอให้มีกำลังใจสู้ต่อไป และอย่าเชื่อวาทกรรมของพวกเผด็จการที่ใช้มาเพื่อหลอกล่อให้เราเกลียดชังกัน เป้าหมายก็อย่าลืมประชาธิปไตยที่แท้จริง “นางปราณี กล่าว

นางปราณี กล่าวต่อไปว่า ช่วงศาลทหารตัดสินประหารชีวิตนายสุรชัยได้รับกำลังใจจากนักศึกษาประชาชนที่เขียนบทกลอนเข้ามาหลายบทกลอน ซึ่งตนเองประทับใจที่นายสุรชัยบอกว่า อ่าน แล้วน้ำตาซึมทั้ง ๆ ที่โทษตัดสินประหารชีวิตยังไม่เสียใจ ยังไม่มีน้ำตาออกมา

จากนั้นนางปราณี กล่าวบทกลอนสั้นๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากนักศึกษารามคำแหงปี 2529 เขาถูกศาลทหารตัดสินโทษประหารชีวิตเป็นนักโทษประหารคนที่ 310 โดยความว่า

“ให้แดงฉานงามเลิศล้น ก้าวไปรับใช้ผู้ทุกข์ทนไม่หมองหม่น แต่เริงร่าอย่างท้าทาย
ขอเป็นกำลังใจให้พวกเราที่ยัง เรียกร้องหาความยุติธรรม เรียกร้องประชาธิปไตย ความกินดีอยู่ดีจะได้มาก็ต้องได้รับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลพลเรือนเท่านั้น ไม่ใช่รัฐบาลเผด็จการ” นางปราณี กล่าวทิ้งท้าย