วิโรจน์ ซัด รุทธพล อ้างไม่มีคนร้องทุกข์ ผลักภาระให้ปชช. ชี้ช่อง ไทย-กูราเซา มีความร่วมมือ รมต.ไม่รู้ได้ไง
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องข้ามชาติ รัฐบาลต้องทำงาน ไม่ใช่โยนให้ประชาชน โดยระบุว่า
จากข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ปรากฏชื่อ Tai Zhang จาก REN ในประกาศการระดมทุนของ Shuffle เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 และฐานข้อมูลการลงทุนอย่าง Crunchbase และ CypherHunter ก็ได้ระบุเชื่อมโยงถึงคุณไทหยาง ซาง โดยการระดมทุนรอบดังกล่าวมีมูลค่ารวม 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะว่าคุณไทหยาง ซาง ลงทุนไปเป็นเงินเท่าไหร่
ส่วน Shuffle ก็ไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องเดาว่าทำอะไร เพราะบริษัทระบุเองว่าเป็นแพลตฟอร์ม คาสิโนและพนันกีฬา และได้รับใบอนุญาตการพนันจากประเทศกูราเซา ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลแคริบเบียน
วันนี้ (6 ต.ค.69) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม บอกว่า DSI ได้ดูข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่ยังไม่มีใครมาร้องทุกข์กล่าวโทษ พร้อมบอกว่าใครมีพยานหลักฐานก็ให้นำมาให้ DSI และบริษัทเว็บพนันอยู่ที่ประเทศกูราเซา จึงอยู่นอกเขตอำนาจไทย
ผมขออนุญาตแนะนำท่านรัฐมนตรีเสียหน่อยครับว่า คำว่า “อยู่ต่างประเทศ” ไม่ได้แปลว่า “รัฐบาลไทยจะตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย” การที่บริษัทตั้งอยู่ต่างประเทศ ไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้รัฐบาลหยุดอยู่แค่การรอประชาชนนำหลักฐานมาให้ครับ ถ้าเป็นเช่นนั้น คดีฟอกเงิน คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด Cryptocurrency หรืออาชญากรรมข้ามชาติแทบทุกคดีคงต้องเลิกสอบกันหมด เพราะคนร้ายในยุคนี้ไม่ได้ตั้งบริษัท และเปิดบัญชีรอเจ้าหน้าที่อยู่ในเขตประเทศไทยประเทศเดียวนะครับ และถ้าเอาวิธีคิดนี้มาเป็นกรอบในการทำงานของรัฐบาล แสดงว่ารัฐบาลจะไม่ทำอะไรกับเว็บพนันที่ไปตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชา แต่เข้ามามอมเมา หลอกลวง และทำลายชีวิตของประชาชนคนไทยอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง เลยหรือครับ
ที่สำคัญ เว็บไซต์ของ DSI เอง ก็เพิ่งประกาศเมื่อเดือน เม.ย.69 ว่า DSI มีเครือข่ายในการบังคับใช้กฎหมายจาก 24 ประเทศ 40 หน่วยงาน มีช่องทางแลกเปลี่ยนข่าวกรองแบบ Real Time มีผู้เชี่ยวชาญด้าน Cryptocurrency และการวิเคราะห์เส้นทางการเงิน แถมยังมีการประสานงานระหว่างตำรวจไทยกับตำรวจประเทศต่างๆ เพื่อช่วยกันเก็บ หรือยึดหลักฐาน ก่อนที่ขอความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการ
ถ้ารัฐบาลต้องการข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงิน ก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินวิสัยครับ เพราะ ปปง. ของประเทศไทย และหน่วยงานข่าวกรองทางการเงินของประเทศกูราเซา ต่างก็เป็นสมาชิก Egmont Group ซึ่งเป็นเครือข่ายหน่วยข่าวกรองทางการเงินระหว่างประเทศ หากข้อเท็จจริงเข้าเงื่อนไขเรื่องธุรกรรมต้องสงสัย หรือการฟอกเงิน ก็มีช่องทางประสานข้อมูลระหว่างกันได้นี่ครับ เรื่องนี้ พล.ต.ท.รุทธพล ในฐานะรัฐมนตรี และเป็นอดีตนายตำรวจจะไม่รู้ได้อย่างไร
ตำรวจไทยก็มีกลไกของ INTERPOL เชื่อมต่อกับตำรวจประเทศต่างๆ สำหรับการสอบสวนอาชญากรรมข้ามชาติได้อยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ ไม่ใช่การบอกว่า “ถ้าประชาชนคนไหนมีหลักฐาน ก็ให้เอามาให้ผมสิ” ประชาชนมีหน้าที่แค่แจ้งเบาะแสสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นครับ แต่รัฐบาลมีหน้าที่ ในการสืบสวนสอบสวน ประชาชนเขาไม่ได้มีอำนาจรัฐใดๆ ประชาชนทั่วไปเขาไม่สามารถข้อมูลนิติบุคคลเชิงลึกจากต่างประเทศได้ ไม่มีเครือข่ายขององค์กรระหว่างประเทศ และไม่มีช่องทางการทูต แต่สิ่งต่างๆ เหล่านี้รัฐบาลมีครับ
ดังนั้น ถ้ารัฐบาลประเมินแล้วพบว่า ข้อสงสัยดังกล่าวกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ประกอบกับมีข้อมูลสาธารณะที่สมเหตุสมผล หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม และ DSI ก็คือ การเริ่มตรวจสอบเชิงรุก ว่าข้อสงสัยต่างๆ นั้นเป็นจริงหรือไม่ มีประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบแล้วหรือไม่ ไม่ใช่ผลักภาระให้ประชาชนเป็นเจ้าภาพ แล้วปล่อยให้การไม่มีผู้ร้องทุกข์กลายเป็นเหตุที่รัฐไม่ตรวจสอบเชิงรุก
ยิ่งบุคคลที่ถูกตั้งคำถามมีความสัมพันธ์กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล รัฐบาลยิ่งต้องทำให้มากกว่าปกติ เพื่อพิสูจน์ต่อประชาชนว่า รัฐบาลบังคับกฎหมายด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกล หรือใกล้ศูนย์กลางอำนาจ
มิฉะนั้น สิ่งที่จะเสียหาย มันไม่ใช่แค่เรื่องของคดีนี้เท่านั้นนะครับ แต่เป็นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ที่พังทลายลง และในท้ายที่สุดมันจะสร้าง “วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด” ที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่า “กฎหมายมีไว้แค่เล่นงานฝ่ายตรงข้าม และค่าของคน มันอยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร”
ผมขออนุญาตฝากข้อแนะนำถึง พล.ต.ท.รุทธพล ไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ



