หน้าแรก การเมือง ตรีรัตน์ หวั่...

ตรีรัตน์ หวั่นน้ำท่วมสร้างแผล ศก. ซัด ‘อนุทิน’ ลำดับความสำคัญผิด โผล่เบิร์ธเดย์ ‘เนวิน’

6.10.26 | 17:48 น.

ตรีรัตน์ หวั่น น้ำท่วมสร้างแผลเศรษฐกิจ ชี้ ‘อนุทิน’ ร่วมงานวันเกิด ‘เนวิน’ ตอกย้ำผู้มีอำนาจตัวจริง ซัดรัฐบาลให้ความสำคัญบ้านใหญ่บุรีรัมย์มากกว่าประชาชน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึง การบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมของรัฐบาล ว่า หากให้คะแนนการทำงานรัฐบาลสอบตก ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ซึ่งก่อนเกิดเหตุ รัฐบาลสอบตกเรื่องการแจ้งข่าวให้ประชาชนเตรียมตัว โดยเฉพาะการแจ้งเตือนว่าฝนจะตกหนักต่อเนื่อง เพราะหากบอกประชาชนล่วงหน้า จะสามารถเตรียมของและรับมือได้ทัน ขณะที่เรื่องการพร่องน้ำในคลอง ก่อนฝนตกหนักหรือมีมวลน้ำเข้ามา ก็ควรลดระดับน้ำในคลองเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำใหม่ที่จะเข้ามา แต่จากที่สังเกตยังไม่เห็นการพร่องน้ำล่วงหน้าอย่างเพียงพอ


นายตรีรัตน์ กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุ การช่วยเหลือก็ยังล่าช้า หลายพื้นที่ต้องรอ 2-3 วันกว่าจะได้รับอาหารแห้งหรืออาหารพร้อมกิน ทั้งที่ยังมีพื้นที่อย่างเคหะร่มเกล้า สะพานสูง และบางนา ที่ยังมีน้ำท่วมสูง ส่วนการเยียวยาสูงสุด 9,000 บาทนั้น ต้องมองว่าประชาชนถูกน้ำท่วมกี่วัน ไม่มีงานทำกี่วัน รถกระบะ รถจักรยานยนต์ของคนทำมาหากินเสียหายกี่คัน รวมถึงหาบเร่แผงลอยและร้านค้าที่ไม่สามารถเปิดได้ จึงมองว่าการเยียวยาไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริง

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการ ที่ไม่มีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ ซึ่งหน่วยงานที่เห็นว่าทำงานได้ดีคือกองทัพบก ที่นำรถทหารและเรือเข้าช่วยเหลือประชาชน ขณะที่เรือของ กทม. และมหาดไทย รวมถึงเครื่องสูบน้ำ ยังเห็นน้อยมาก ฉะนั้นรัฐไม่มีการเตรียมตัวเลย ทั้งหมดนี้คือการล้มเหลวของรัฐ ตั้งแต่การแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุ การช่วยเหลือหลังเกิดเหตุ และการลดระดับน้ำหลังเกิดเหตุ

นายตรีรัตน์ กล่าวอีกว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมจะกลายเป็น “แผลทางเศรษฐกิจ” เพราะประชาชนจำนวนมากตกงาน ไปทำงานไม่ได้ รถจมน้ำ หาบเร่แผงลอยและร้านค้าเปิดไม่ได้ กระทบไปจนถึงไปจนถึงระดับมหภาคที่สายการบินเสียหาย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรืออาจเป็นปีในการฟื้นตัว จึงจำเป็นต้องมีมาตรการทางการเงินที่ชัดเจน

Advertisement

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ไปร่วมอวยพรวันเกิด นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จังหวัดบุรีรัมย์นั้น มองว่า ภาพดังกล่าวยิ่งตอกย้ำให้คนเห็นชัดว่า “ผู้มีอำนาจตัวจริงของรัฐบาลคือใคร” เพราะสำหรับประชาชนแล้ว นายเนวินไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในรัฐบาล แต่การที่นายกรัฐมนตรีและคนในพรรคเดินทางไปร่วมงาน ก็เป็นการโชว์สัญลักษณ์ที่ชัดเจนว่า นายเนวินฯ มีบทบาทเป็น “ผู้นำจิตวิญญาณตัวจริงของรัฐบาลนี้” และยังมีการอวยพรให้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ต่ออีก 2 สมัย

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า ยิ่งช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วมงานนั้น ซึ่งตรงกับช่วงที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังประสบปัญหาน้ำท่วม ยิ่งทำให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญของผู้นำรัฐบาล อยากให้รัฐบาลกลับมาสนใจประชาชน และมองว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นคนเห็นเองว่า วันนี้ประชาธิปไตยของประเทศเดินหน้าไปถึงไหน เพราะหากยังมีอำนาจอยู่เบื้องหลังการเมือง การตรวจสอบและถ่วงดุลก็อาจมีปัญหา โดยเฉพาะเมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการได้มาขององค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและฝ่ายการเมือง อยากให้การเมืองประเทศไทยเป็นการเมืองแบบไม่มีการเมืองแอบแฝง ไม่มีอำนาจรากลึก อยากเห็นประชาธิปไตยแบบเต็มใบ

“วันนี้ประเทศไทยก็ยังน้ำท่วมอยู่หลายพื้นที่ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคภูมิใจไทยและ ส.ส. เลือกที่จะไปงานวันเกิดคุณเนวิน ฉะนั้นตอกย้ำอยู่แล้วว่าระดับความสำคัญของผู้นำรัฐบาลตอนนี้อยู่ที่บุรีรัมย์มากกว่าอยู่ที่ประชาชน” นายตรีรัตน์กล่าว

นายตรีรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ปัญหาการเมืองยังส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและสายตาของนักลงทุน เพราะประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตทางเศรษฐกิจได้อีกมาก แต่กลับเสียโอกาสจากระบบการเมืองที่มีปัญหา ดังนั้น โจทย์ของรัฐบาลคือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมา เพราะหากยังมีภาพการเมืองที่ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” เป็นผู้มีพระคุณหรือผู้มีอำนาจตัวจริงของรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมเกิดคำถาม

“หัวใจหลักของรัฐบาลคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาสู่ประเทศไทย การเมืองดี เศรษฐกิจก็จะดี การเมืองมีความเชื่อมั่น เศรษฐกิจก็จะกลับมา” นายตรีรัตน์กล่าว