หน้าแรก การเมือง ภท.ท้ายื่นหลั...

ภท.ท้ายื่นหลักฐาน มั่นใจ ‘สส.ไอเดียร์’ ไม่เอี่ยวสแกม จ่อแจงที่มาเงินสามี ‘เท้ง’ เชื่อ ‘โรม’ ข้อมูลแน่น

7.10.26 | 06:40 น.

ภท.ท้ายื่นหลักฐาน มั่นใจ ‘สส.ไอเดียร์’ ไม่เอี่ยวสแกม ‘รุทธพล’ เปิดให้แจ้งเบาะแส ‘สุชาดา’ จ่อแจงที่มาเงินสามี ‘ณัฐพงษ์’ เชื่อ ‘โรม’ ข้อมูลแน่น ‘โสภณ’ ปัดสกัดญัตติซักฟอก สว.ชี้ชอบธรรมสอย ‘สิทธิโชติ’

 


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยข้อมูลว่าสามีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรค ภท. อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการสแกมเมอร์ ว่า นักการเมืองทุกคนต้องพร้อมรับการตรวจสอบ และเชื่อว่า น.ส.สุชาดา พร้อมชี้แจงและรับการตรวจสอบเช่นกัน เบื้องต้น น.ส.สุชาดาได้ชี้แจงต่อพรรคแล้ว ดังนั้นขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะประเด็นการปล่อยกู้ให้กับบริษัทในต่างประเทศที่ล้มละลาย นายไชยชนก กล่าวว่า รายละเอียดต้องให้ น.ส.สุชาดา เป็นผู้ชี้แจงเอง แต่จากการสอบถามเบื้องต้น น.ส.สุชาดา ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบ และไม่ว่าผลการสอบสวนจะออกมาอย่างไร พรรค ภท.พร้อมชี้แจง และพร้อมให้ดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงรายละเอียด

ผู้สื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.สุชาดา เคยเป็นคณะทำงานของนายไชยชนก ได้ตรวจสอบประวัติก่อนหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า จนกว่าจะเห็นข้อพิสูจน์ทางหลักฐาน ตนไม่เชื่อว่า น.ส.สุชาดา จะมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยในช่วงสมัยแรกที่เข้ามาทำงาน มีการดำเนินการหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ และมีการดำเนินการในหลายประเด็น ก่อนที่จะยุติกระบวนการในบางเรื่อง

Advertisement

นายไชยชนก กล่าวถึงกรณีที่พรรค ภท.จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่า ทราบว่า น.ส.สุชาดากำลังจะเข้าไปชี้แจงข้อมูลและรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงขอดูผลการตรวจสอบก่อน โดยเห็นว่าผลการตรวจสอบจากหน่วยงานกลางน่าจะมีน้ำหนักเพียงพอ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องนาฬิกาข้อมือ ซึ่งไม่ได้มีการยื่นแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นเรื่องที่ น.ส.สุชาดาต้องชี้แจงด้วยตัวเอง

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ประเด็น เรื่องแรกบัญชีทรัพย์สิน ที่มีผู้ไปยื่นกับ ป.ป.ช. เห็นด้วย เพราะหากพูดลอยๆ การตรวจสอบก็จะไม่เริ่มต้น ส่วนประเด็นที่ 2 เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ได้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดูข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังไม่มีใครมาร้องทุกข์กล่าวโทษ หากใครมีพยานหลักฐาน อยากให้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ หากอยู่ในอำนาจของกฎหมายไทย จะเร่งรัดดำเนินการ แต่หากเกี่ยวพันกับต่างประเทศ จะต้องประสานข้อมูลก็พร้อมดำเนินการ

“ส่วนเว็บพนันออนไลน์ที่ขออนุญาตถูกกฎหมายจากประเทศคูราเซา ในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งอยู่นอกเขตดำเนินการของไทย แต่สิ่งไหนเป็นเรื่องที่กระทำผิด และเป็นความผิดในประเทศไทย ยธ.พร้อมดำเนินการ ขณะนี้เราได้ดูข้อมูลในเบื้องต้น และยืนยันว่าอยากให้มีผู้ที่มีเบาะแสมาร้องทุกข์กล่าวโทษ จะเป็นใครก็ได้ เป็นบุคคลทั่วไปก็ได้ แค่แจ้งเบาะแสหรือมีหลักฐาน เหมือนช่องทางที่แจ้งกับป.ป.ช.” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว
ด้าน น.ส.สุชาดา ให้สัมภาษณ์ที่พรรค ภท. ว่า ขอบคุณสื่อมวลชนที่สนใจในเรื่องนี้ และให้โอกาสตนได้ชี้แจงในเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ก็รับทราบข้อกล่าวหาที่ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติได้พูดถึง และกล่าวหาแล้ว รออีกไม่นานจะมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

เมื่อถามถึงที่สามีที่มีชื่อเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน น.ส.สุชาดา กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไว้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงใหม่

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวถึงกรณี น.ส.สุชาดา ท้านายรังสิมันต์เปิดหลักฐาน ว่า เชื่อว่าในฐานะที่นายรังสิมันต์เป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีกรอบอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ได้ ทั้งสองฝ่ายก็มีสิทธิใช้กระบวนการทางกฎหมายของตัวเอง มั่นใจการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรค ปชน. โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายรังสิมันต์ คงไม่ได้กล่าวหาใครเลื่อนลอย
ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมีความกังวลว่าอาจมีการใช้วิชามารสกัดการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เคารพการทำงานของทุกฝ่าย เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะทำอะไรตามบทบาทหน้าที่ที่กฏหมายและข้อบังคับกำหนด ประธานทำอย่างอื่นไม่ได้

“ฉะนั้น ขออย่าไปสื่อเรื่องแบบนั้น มันไม่ใช่ ผมไม่ได้วางแผน ไม่ได้คิดเลย ไม่สกัดใครหรอก ก็ทำหน้าที่ประธานฯ เรียนว่าไม่มี ยืนยันได้ว่า ไม่เคยคิด และยังไม่ได้คิดด้วย ไม่เคยจะทำเรื่องแบบนี้ เพราะไม่เป็นประโยชน์อะไร” นายโสภณ กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ต้องการให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ที่ไม่ใช่การวินิจฉัยล่วงหน้าว่า ใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิด และขอให้ผู้คุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา พยาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักการสันนิษฐาน ทางคดีอาญาซึ่งสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
“เมื่อเรื่องไปถึง ป.ป.ช.แล้ว ถือเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ดำเนินการ ไม่สามารถบอกได้ว่า ร้องใคร ร้องอย่างไร ส่วนเป็น กกต.เสียงข้างน้อยทั้ง 2 คน หรือไม่ ไม่สามารถบอกได้ เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้ ส่วน ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างไร ข้อมูลจะปรากฏอยู่ในคำร้องที่ยื่นไป ดังนั้นทุกอย่างที่กระทำต้องอยู่ภายใต้ข้อกฎหมาย ประธาน กกต.หรือ กกต.คนอื่น ก็ต้องเคารพกฎหมาย รัฐธรรมนูญบอกว่า กกต.เป็นองค์กรอิสระ ต้องทำหน้าที่อย่างมีอิสระ ปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลพินิจ ขอถามว่าที่ออกมาให้สัมภาษณ์ มีอคติหรือไม่ และต้องไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ แม้จะเป็นสิทธิของท่านที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น เสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับเสียงข้างมาก เสียงข้างมากก็ต้องให้เกียรติเสียงข้างน้อย หลักกฎหมายมีแค่นี้ในการลงมติ” พ.ต.อ.กอบ กล่าว