“โรม” ถอนหายใจ “เฮือก!!” น้อมรับคำวิจารณ์จาก“ปิยบุตร” ยันทำงานเสี่ยงถูกฟ้อง แลกด้วยชีวิต ไม่ใช่ความบันเทิง ลั่นทำงานให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย เพราะติดคดี 44 สส. ลั่น รู้จัก อ.ป๊อกมานาน เชื่อเป็นความหวังดี
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาวิจารณ์การทำงาน ของ สส. พรรคประชาชนว่าเป็นการทำงานแบบบันเทิงธิปไตย หวังกระแสนิยม จนลืมแก่นสารของงาน ซึ่งก่อนตอบคำถามนี้ นายรังสิมันต์ ถึงกับถอนหายใจ พร้อมระบุว่า นายปิยบุตร เป็นอาจารย์ของตนเมื่อตอนเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยทุกคำวิพากษ์ วิจารณ์ ตนในฐานะนักการเมือง ก็ต้องน้อมรับและเอาข้อเท็จริง ข้อเสนอแนะ หรือความคิดเห็นนี้มาสำรวจตัวเอง และถือว่าสิ่งที่นายปิยะบุตรพูด เป็นการพูดในฐานะกัลยานมิตร หวังดีต่อ สส.พรรคประชาชน
“เรื่องนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ผมและเพื่อนๆ สส.พรรคประชาชน เราไม่ถือว่าการทำภารกิจแบบนี้ เป็นเรื่องความบันเทิงหรอก ผมถามกันตรงๆ ผมถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งความจะเท็จหรือไม่เท็จก็แล้วแต่ มันสนุกหรือครับ มันเป็นความบันเทิงหรือครับ การที่เราเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เอาชีวิต ทำหน้าที่ราวกับว่าทุกวันคือวันสุดท้าย มันคือความบันเทิงหรือครับ พวกผมซาดิสต์ ถึงขนาดที่จะทำเรื่องนี้เพื่อความสนุกหรือครับ ” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์กล่าวย้ำว่า สิ่งที่ตนตระหนักก็คือ ตนเป็นหนึ่งใน 44 สส.ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ตนจึงจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่อยากให้ประชาชนมองย้อนกลับไปว่า ตนทำงานไม่คุ้มค่าภาษีประชาชน ไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกแบบนั้น อยากให้ลูกของตนจดจำในฐานะนักการเมือง ที่ทำหน้าที่เพื่อชาติ ดังนั้นจึงมั่นใจว่า ตนและเพื่อน สส.พรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่อยู่ จะทำให้ดีที่สุด และยอมเสี่ยงคดีความต่างๆ เพราะเชื่อมั่นว่า อย่างน้อยได้ทำให้ดีที่สุดสำหรับประเทศนี้แล้ว ส่วนจะเปลี่ยนประเทศได้หรือไม่ ไม่ใช้ปัจจัยที่จะควบคุมได้ แต่อย่างน้อยภายใต้ความสามารถที่มี ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว จึงยืนยันได่้ว่า สิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องความบันเทิงแต่ทำหน้าที่เพื่อประเทศ
เมื่อถามว่า จะมีอะไรฝากถึง นายปิยบุตร หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องฝาก เพราะคิดว่า นายปิยะบุตร ทำหน้าที่ของอาจารย์ ให้คำแนะนำ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ดี และคงต้องเอาคำแนะนำนั้นมาสำรวจตัวเอง
“ถ้าวันนี้ มันทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นความบันเทิงเราก็ต้องสำรวจตัวเอง ว่าเราในฐานะนักการเมือง ไม่มีหน้าที่ที่ต้องปฏิเสธ ความหวังดี แต่เชื่อว่า เจตนาของอาจารย์ปิยบุตร เป็นเจตนาที่ดี แต่ผมก็ต้องยันยันว่า ความมุ่งหมายของผม คือทำหน้าที่เหมือนวันสุดท้าย ซึ่งก็น่าจะเป็นเจตจำนงเดียวกับที่ อาจารย์ปิยะบุตรเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่ก็ทำหน้าที่เหมือนวันสุดท้ายเช่นกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ตนรู้จักกับนายปิยบุตร มานาน ไม่มีความจำเป็นต้องโทรศัพท์ไปคุยกันเรื่องนี้ เพราะเชื่อมั่นว่านายปิยบุตรหวังดีกับพวกตนจริงๆ และ น้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่างตอนนี้ เป็นกรรมาธิการตรวจสอบรัฐบาลก็ต้องทำให้ออกมาดีที่สุด



