‘ไหม’ ชี้งบกลาง 1 แสนล้านเยียวยาเอสเอ็มอียังไม่มีปัญหา ห่วงรายได้รัฐปี 70 ไม่เข้าเป้าจากผลกระทบภัยพิบัติ จี้ ‘รัฐบาล’ เปิดสัญญากรมธรรม์กองทุนภัยพิบัติ หลังประกาศเตรียมใช้ แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ถามเดินหน้าเก็บแวต ปี 71 ที่ 1.5% ตามเดิมหรือไม่
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาเอสเอ็มอีกรณีรัฐบาลพยายามผลักดันงบกลางและการจัดเก็บรายได้ หากจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้าว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มปีงบประมาณ 2570 และงบกลางที่จะจัดสรรไปเป็น 1 แสนล้านบาท จึงคิดว่าไม่มีปัญหาแน่นอนในเรื่องการใช้คำพูดว่างบประมาณไม่เพียงพอในการจัดสรรเยียวยา โดยต้องรอดูการจัดการผ่านการทำกองทุนภัยพิบัติว่าจะได้ผลอย่างไร เพราะจนถึงทุกวันนี้ที่บอกว่าจะเริ่มใช้ ยังไม่เคยมีใครเห็นสัญญากรมธรรม์ว่ามีรายละเอียดอย่างไร กระบวนการชดเชยจะเป็นอย่างไร และครอบคลุมใครบ้าง
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า รัฐบาลประกาศไปแล้วว่ากองทุนดังกล่าวกำลังจะมีผลใช้ จึงขอให้รัฐบาลออกมาเปิดเผยตัวสัญญากรมธรรม์ว่ารายละเอียดเป็นอย่างไร สิทธิประโยชน์ที่จะชดเชยมีหน้าตาเป็นอย่างไร มีกระบวนการตรวจสอบอย่างไร และสรุปแล้วมีบริษัทประกันภัยรายใดบ้างที่เข้ามารับช่วงต่อในการประกันรอบนี้ เพราะยังไม่เคยได้รับรายละเอียดในส่วนนี้ โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณแน่นอน
เมื้อถามถึง ภาพรวมเศรษฐกิจ หลังจากที่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมามีการอภิปรายในวุฒิสภา น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ยังเห็นว่ามีความเสี่ยงในเรื่องการจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า เพราะหากภัยพิบัติเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจก็จะมีการชะลอตัว ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ สว.พยายามนำเสนอคือในปี 2571 ตามกรอบระยะปานกลางที่รัฐบาลพยายามวางแผนมาตั้งแต่ปี 2568 โดยรองนายกรัฐมนตรีคนเดิม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่างหาก ซึ่งตนเองได้รับการยืนยันหลายรอบว่าทางรัฐบาลยังคงยึดตามแผนเดิมว่าจะมีการจัดเก็บแน่นอนในปี 2571 หากเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้ดี
“อันนี้ก็ต้องได้รับคำยืนยันกับฝ่ายรัฐบาลมากกว่าว่า สถานการณ์เป็นแบบนี้ มองไปข้างหน้าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ รัฐบาลจะยังคงยึดตามแผนเดิมที่มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในปี 2571 ที่ 1.5% หรือไม่” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว



