กทม. ปรับเงื่อนไข ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม ไม่บังคับแนบ สำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้าน-โฉนดที่ดิน เผย ปชช. ลงทะเบียนแล้วกว่า 60,000 ราย เร่งคืนพื้นที่เคหะร่มเกล้า 4-5
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเกรียงไกร ศิวะศิริยางกูร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในถนนสายหลักของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันไม่มีน้ำท่วมสูงแล้ว เหลือเพียงน้ำท่วมปานกลาง ที่ถนนหลวงแพ่งและถนนฉลองกรุง แต่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ใน 80 ชุมชน ใน 9 เขต ซึ่งกทม. มีแผนจะระบายออกให้เร็วที่สุด ผ่านคลองสาขาไปสู่คลองหลักจะเร่งระบายให้ต่ำที่สุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับน้ำจากชุมชนและในกรณีที่ฝนตกหนัก เพื่อระบายลงไปแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนชุมชนในพื้นที่ลุ่มต่ำจะทำคันกั้นปิดล้อมและสูบน้ำลงคลองโดยตรง จึงคาดว่าภายใน สัปดาห์หน้าน้ำฝั่งตะวันออกจะคลี่คลายได้ ขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ จะขึ้นเต็มที่ในช่วงบ่าย โดยระดับน้ำจะอยู่ที่ 1.97 เมตร ซึ่งยังต่ำกว่าคันกั้นน้ำ จึงยังไม่ต้องกังวล
สำหรับการปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ได้เร่งทำความสะอาดพื้นที่ทั้งหมด คาดว่าใช้เวลา 4-5 ในการคืนพื้นที่โดยการจัดจุดพักขนาดใหญ่สองจุด แบ่งการจัดเก็บขยะตามโซน นอกจากนั้นได้ให้โรงเรียนช่างฝีมือทหาร ช่วยตรวจสอบและซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ
ส่วนความคืบหน้าในการลงทะเบียนขอรับการเยียวยา ออนไลน์ 62,483 ราย ซึ่งกทม. มีหลักเกณฑ์กำหนดในกรณีที่มีรวมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินเสียหายจะให้รับพิจารณาช่วยเหลือ 9,000 บาท กรณีน้ำท่วมบ้านเกิน 7 วัน แต่ทรัพย์สินอาจจะไม่เสียหายได้รับ 9,000 บาท สำหรับบ้านหรืออาคารที่โดนน้ำปิดล้อม ทำให้ใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ เกิน 7 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี
“กทม. ได้ปรับปรุงระบบในเว็บไซต์ไม่บังคับแนบสำเนาบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน ในกรณีที่อยู่จริงตรงกับทะเบียนบ้าน หากไปลงทะเบียนที่สำนักงานเขตขอย้ำให้นำบัตรประชาชนตัวจริงไปด้วย แต่หากสูญหายให้แจ้งเจ้าหน้าที่เขต เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้



