‘กมธ.กฎหมายฯ’ ยังวุ่น! ‘ศุภชัย’ ไม่ขอร่วมประชุมสอบโกงท้องถิ่น ซัด ‘โรม’ เล่นเกมการเมืองใช้อำนาจเรียก ‘นายกฯ’ เข้าแจง ปัดป้อง ‘อนุทิน’ เหน็บ กลายเป็น ‘บันเทิงธิปไตย’ จ่อ ยื่นหนังสือถึง ‘ปธ.สภาฯ’ วินิจฉัยใช้อำนาจเกินหน้าที่หรือไม่ เหน็บ เก้าอี้ประธานบรรพบุรุษโคตรเหง้าไม่ได้ให้มา หากเมตตา ให้กลับมาอยู่ตามที่ชอบๆ
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า การประชุมกมธ.กฎหมายฯ วันนี้เป็นการพิจารณาเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ซึ่งมีการออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจง แต่นายกรัฐมนตรีได้ทำหนังสือ 2 ฉบับ ถึงประธาน กมธ.การกฎหมายฯ และประธานสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาตามข้อ 90 วรรค 4 ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นการใช้อำนาจเรียกให้มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการฯ เป็นเรื่องที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการฯ ตามกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หรือไม่
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ซึ่งคณะกรรมาธิการสัดส่วนฝ่ายรัฐบาล 6 คน และพรรคฝ่ายค้านบางคน เห็นว่าพฤติกรรมในการเรียกมาสอบนั้นส่อไปในทางผิดข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีมติไม่เข้าร่วมประชุมวันนี้ เพื่อแสดงจุดยืนว่าประธานคกมธ.ฯ ไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามข้อบังคับ แต่ก็ยังพบว่าการประชุมคณะกรรมาธิการที่มีเฉพาะสัดส่วนของฝ่ายค้านนั้น ยังมีความพยายามให้ออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรีมาอีกครั้ง แทนที่จะมาทบทวนว่าการออกคำสั่งนั้นเป็นไปตามหน้าที่หรืออำนาจกรรมาธิการหรือไม่ และแม้ว่าจะมีความพยายามแต่ก็ไม่สามารถออกเป็นมติอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะมีเพียงเสียงกรรมาธิการฝ่ายค้าน วันนี้มีปัญหาของกรรมาธิการบางกรรมาธิการที่มีประธานมาจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับตามที่ควร
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ตนคิดว่าเป็นปัญหาและเป็นวิกฤต หลังจากนี้ ตนกับกมธ.ฯ ส่วนหนึ่งที่เป็นเสียงข้างมากในกรรมาธิการจะทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ดำเนินการวินิจฉัยแก้ปัญหาเหล่านี้โดยเร็ว หากประธานกมธ.ฯ กระทำที่เกินขอบเขตอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ ก็จะมีผลกระทบต่อการทำงานของกรรมาธิการและผลกระทบต่อประชาชน ต่อสภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถามว่า กมธ.ฯ ไม่สามารถออกคำสั่งเรียกให้นายกรัฐมนตรีมาชี้แจงได้เลยใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ความจริงต้องดูเรื่องที่จะเข้ากมธ.ฯ ก่อนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการหรือไม่ และซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่นหรือไม่ ที่ผ่านมาเรื่องเดียวกัน แต่มีการเปลี่ยนหัวข้อ ซึ่งคนที่ถูกเรียกมาชี้แจงก็คือคนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้หลายกรรมาธิการ
“วันนี้ไม่ได้เจตนาหวังผลอะไร แต่เจตนาหวังผลเรื่องการเมือง ก็บันเทิงธิปไตยอย่างที่เขาพูดกัน ฉะนั้น ถ้าเป็นเช่นนี้ สภาก็ไม่ควรที่จะตกเป็นเครื่องมือให้การเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ใช้ประโยชน์จากกรรมาธิการ ควรจะต้องดึงกลับมาอยู่จุดเดิมในข้อบังคับที่ควรจะเป็น” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า การจะออกคำสั่งเรียกสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานว่าผู้ออกคำสั่งมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาเรื่องนั้นหรือไม่ เช่น กรณีสามีของน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ที่ไม่เกี่ยวกับกมธ.กฎหมายฯ และอีกหลายเรื่องก็ไม่เกี่ยวกับกรรมาธิการด้วยเช่นกัน ในฐานะที่ตนเป็นกมธ.กฎหมายฯ แต่ละเรื่องที่เข้ามาไม่เคยมีมติของกรรมาธิการ แต่เป็นเรื่องที่ประธานสั่งบรรจุเอง ซึ่งเรื่องนี้ต้องทบทวนให้เป็นไปตามข้อบังคับ ทำอย่างตรงไปตรงมา กรรมาธิการจะได้เดินหน้าทำงานให้กับประชาชนต่อไปได้
ถามย้ำว่า การออกคำสั่งเรียกนายกรัฐมนตรี เป็นมติของกรรมาธิการหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เป็นมติที่มีการเรียก ทุกกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงของฝ่ายรัฐบาล แต่เฉพาะกรรมาธิการกฎหมายฯ มีความผิดเพี้ยนของสัดส่วนตรงนี้อยู่ ด้วยเหตุผลส่วนตัวของกรรมาธิการบางคน ฉะนั้น จึงเกิดความผิดเพี้ยนไป แต่ขอย้ำว่าถ้าบางเรื่องเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ ฝ่ายรัฐบาลใช่ว่าจะไม่ลงมติ เพราะเราทำงานในฐานะกรรมาธิการ เป็นเรื่องฉันทามติหรือเสียงข้างมาก หากการดำเนินการต่างๆ เป็นไปอย่างตรงไปตรงมาตามข้อบังคับ ไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่เป็นวาระที่เปิดเผยในการเอาเรื่องการเมืองเข้ามา
เมื่อถามว่า จะเป็นการปกป้องนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่เกี่ยว นายกฯ เองก็ยืนยันว่าจะมาเหมือนกับที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยมา แต่ประเด็นอยู่ที่เมื่อเชิญมาชี้แจงเรื่องหนึ่ง แต่ในกรรมาธิการพูดอีกเรื่องหนึ่ง แถลงข่าวก็อีกเรื่อง ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าไม่ชอบตามข้อบังคับ
เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ก็ยังสงสัย หากท่านกลับเนื้อกลับตัว ทำให้เป็นไปตามข้อบังคับ ก็ไม่เป็นปัญหา แต่หากท่านยังยึดแนวเดิม แบบที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ Entertainment Crazy อะไรของท่านก็ว่าไป พวกเราก็คงมีมาตรการในการดำเนินการที่ข้อบังคับเปิดช่องไว้ แต่ผมยังไม่อยากให้ถึงตรงนั้น”
เมื่อถามว่า ปัญหาหลักตอนนี้คือตัวนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ที่ใช้อำนาจมากเกินไปใช่หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า เท่าที่ปรากฏช่วงที่ผ่านมาก็เป็นเช่นนั้น แต่หากทำหน้าที่แบบตรงไปตรงมา กรรมาธิการก็จะกลับมาด้วยความรัก ความอบอุ่น เหมือนเดิม ตอนนี้มันไม่อบอุ่น ไม่ได้หนาว แต่ร้อน ตนไม่อยากให้ร้อนไปมากกว่านี้
ต่อข้อถามว่า จะต้องจูนส่วนตัวเพื่อให้การทำงานเดินหน้าได้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนเคยเป็นประธาน กมธ. สิ่งที่เหมือนกันทุกคณะคือ การไม่ตั้งตนว่าประธานคืออำนาจ ทุกคนเป็น กมธ. เท่ากัน บ้านหลังนี้ไม่ใช่เป็นบ้านของท่านประธาน ไม่ได้มีโคตรเหง้าที่ไหนให้ท่านมา เพียงแต่ท่านต้องทำตรงไปตรงมารู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้เป็นเก้าอี้สมมติ หากคิดว่าเก้าอี้นี้เป็นของท่านอยู่ ชี้ใครก็ได้ ใครยกมือไม่พอใจก็กดไม่ให้พูด ไล่ออกจากห้องห้องประชุม ถ้าวันนี้กลับมาเหมือนเดิมก็โอเคไม่มีปัญหา ส่วนตัวไม่มีอะไรกับนายรังสิมันต์ ไหว้กัน สวัสดีกัน ขอเรียกร้องให้ท่านเมตตาอยู่ในที่ชอบๆ ตามกฎหมายและข้อบังคับ

