‘นายกฯ’ ไม่หวั่น ฝ่ายค้านซักฟอก 18 รมต. ย้อน ‘ไม่มีชื่อ รมต.ภท.แปลก’ ลั่นเปิดเวทีตีปี๊บผลงานรัฐบาล บอก ปชช.
เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 8 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ที่มีรายชื่อรัฐมนตรีรวม 18 คนว่า เพิ่งกลับจากต่างประเทศก็เห็นรายชื่ออยู่ ไม่มีปัญหา คณะรัฐมนตรีทุกคนมีความพร้อมที่จะตอบและชี้แจงข้อสงสัยให้ประชาชนได้รับทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า สงสัยหรือไม่ว่าทำไมมีแต่ชื่อรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายกฯกล่าวว่า ถ้าไม่มีถึงจะแปลก ทั้งนี้ ทุกคนมีความพร้อมอยู่แล้ว เราประชุมคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยทุกสัปดาห์ ฉะนั้น เราก็ทราบความเป็นไป และได้มีการย้ำให้รัฐมนตรีทุกท่านที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเตรียมความพร้อมในการชี้แจง หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีที่ไม่ได้ถูกอภิปราย ถ้ามีการพาดพิงมาถึง หรือนายกฯมีข้อสั่งการชี้แจงแทนในส่วนงานของเขา ก็จะต้องมีความพร้อม การที่มีชื่อนายกฯอยู่ด้วยเปรียบเหมือนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งคณะ เพราะนายกฯสั่งการทุกกระทรวง ฉะนั้น รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทุกกระทรวงต้องพร้อมที่จะออกมาชี้แจงและตอบข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจสามารถชี้แจงข้อสงสัยของฝ่ายค้านได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตนจะดูว่าตรงไหนเกี่ยวข้องกับใคร ก็ให้รัฐมนตรีคนนั้นตอบ เพราะจะทราบรายละเอียด โดยการชี้แจงเป็นการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจรับทราบในทุกประเด็น เพราะคนที่จะตอบได้ดีที่สุดคือรัฐมนตรีที่กำกับดูแล โดยขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของตนที่จะให้ใครขึ้นมาตอบ เพราะนายกฯไม่สามารถไปตอบในเรื่องของงานแต่ละกระทรวงได้โดยละเอียด เมื่อเรามีโอกาสชี้แจงประชาชน ในวาระที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้วต้องเอาข้อมูลที่เรามีทั้งหมดมาชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ
เมื่อถามว่า จะต้องมีทีมคอยเก็บข้อมูลที่อาจมีการอภิปรายหมิ่นเหม่ข้อกฎหมายหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะมีฝ่ายข้าราชการประจำต้องคอยเก็บข้อมูล เขาจะไปตั้งห้องปฏิบัติการที่จะดูข้อมูลทั้งหลายให้รัฐมนตรีได้ต่อ ตนไม่จำเป็นต้องไปตอบทุกเรื่อง เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายงานสั่งการสั่งงาน ฉะนั้น ถ้ามีการพาดพิงไปเนื้องานของรัฐมนตรีท่านไหน หรือรองนายกรัฐมนตรีท่านไหน ซึ่งตนได้มอบหมายให้ไปรับผิดชอบท่านก็จะมาตอบแทน
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านรุนแรงไปหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้อ่านในรายละเอียด แต่มีคนสรุปมาว่า 18 คนมีใครโดน

เมื่อถามย้ำว่า การที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปราย 18 คน ถือเป็นการเหวี่ยงแห เหมือนไม่มีข้อมูลใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะยื่นอะไรก็ได้ ถ้าเขามีเสียงถึง
โดยนายกฯได้ถามสื่อว่า ฝ่ายค้านมีเสียงถึงใช่ไหม แล้วกี่เสียง ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า ฝ่ายค้านเสียงพอยื่นอภิปราย แต่ไม่มีเสียงของพรรคกล้าธรรม ทำให้นายกฯกล่าว “อ้อหรือ” พร้อมกล่าวด้วยว่าเสียงไม่ครบหรือฝ่ายค้าน ไม่ได้เสียงฝ่ายค้านทั้งหมดหรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่าพรรคกล้าธรรมถอนตัวจากการเป็นฝ่ายค้านไปก่อนหน้านี้ จึงไม่ได้ร่วมยื่นอภิปรายกับฝ่ายค้าน ขณะที่นายกฯกล่าวย้ำว่า “อ๋อ กล้าธรรม ไม่ได้ยื่นหรือครับ แล้วทำไมเขาไม่ร่วมล่ะ”
เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า พรรคกล้าธรรมออกจากวิปฝ่ายค้านแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ผู้นำฝ่ายค้านไม่สามารถดึง พรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมยื่นอภิปรายได้หรือ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า พรรคกล้าธรรมให้เหตุผลว่ามีเจตนาอภิปรายประเด็นหัวมากกว่าพุ่งเป้าในเรื่องตรวจสอบการทำงาน นายอนุทินกล่าวว่า “ครับ”
เมื่อถามว่า เมื่อพรรคกล้าธรรมไม่ร่วมการอภิปรายในครั้งนี้และอาจจะสนับสนุน รัฐบาลจะมีอะไรวางไว้ให้พรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย เราก็มีความพร้อมอยู่แล้ว ในการที่จะดำเนินการทุกอย่าง ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จึงต้องไปดูว่าในช่วงนั้นจะมีเรื่องการประชุม อาเซียนและการประชุมเอเปค มีการเยือนผู้นำต่างประเทศหลายคน ตนก็จะมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานกับสภาผู้แทนราษฎรเพื่อกำหนดวันที่เหมาะสม และสามารถไปรับฟังการอภิปรายได้อย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นต้องวิ่งเข้าวิ่งออก ก็ไม่สะดวก

เมื่อถามว่า ได้วางจำนวนวันไว้กี่วัน นายอนุทินกล่าวว่า ตามที่เขาปฏิบัติมาโดยตลอด 3-4 วัน ซึ่งไม่มีปัญหาและอยากให้รัฐมนตรีปลอดจากภารกิจให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าอาจมีการอภิปรายพาดพิงถึงบุคคลภายนอก เช่น คนที่บุรีรัมย์ นายอนุทินกล่าวว่า มีกฎหมายคุ้มครองอยู่แล้ว ใครทำอะไรก็ต้องศึกษากฎหมายให้ดี เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่านายกฯไม่ได้กังวลอะไรตรงนี้เลย โดยมองว่าเป็นกลไกปกติของสภา นายกฯกล่าวว่า เป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย ทุกคนต่างทำหน้าที่ ถ้าฝ่ายค้านเขาไม่ยื่นอภิปรายแล้วเขาจะไปทำอะไร ทุกวันนี้ก็แทบจะไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ฉะนั้น ต้องยื่น ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องตอบเพราะรัฐบาลทำงานเยอะมาก ถือโอกาสนี้มาชี้แจงกับประชาชน บางทีการให้อภิปรายก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะเราจะได้ฟังว่าสิ่งที่ตรวจสอบ ฝ่ายค้านนำเสนออะไรมาบ้าง วิพากษ์วิจารณ์อะไรมาบ้าง ตำหนิอะไรมาบ้าง รัฐมนตรีทุกคนก็ต้องจดไว้
นายอนุทินกล่าวว่า อันไหนที่มีเหตุมีผลก็รับฟังและนำไปปฏิบัติ ฉะนั้น ถือว่าเป็นเวทีที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงผลงานอย่างเต็มที่ รัฐบาลมัวแต่ทำงานหนักมาก จนไม่ได้ประชาสัมพันธ์ผลงานของตัวเอง ทำให้ฝ่ายค้านได้รับข้อมูลผิดๆ อยู่ตลอดเวลา พูดอะไรที่ไม่ตรงความจริงสักเรื่อง ก็ใช้โอกาสนี้เอาผลงานและสิ่งที่คณะรัฐมนตรีให้ประชาชนที่ได้ทำมาชี้แจงให้ประชาชนฟัง
“ขอย้ำว่าเป็นการชี้แจงให้ประชาชนฟัง ไม่ได้ชี้แจงให้ใครฟัง ไม่ได้ให้ฝ่ายค้านฟัง” นายอนุทินกล่าว



