‘ศุภณัฐ’ จี้ กทม. เลิกขอสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ชี้ ต้องเร่งอำนวยความสะดวก ให้ปชช.รับเงินเยียวยาน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้มอบหมายให้ทีมงานไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกการเรียกเก็บสำเนาเอกสารที่หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลอยู่ในครอบครองแล้ว ในการยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อลดภาระของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ
นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ในปีนี้ กทม.ได้พัฒนาระบบยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งมีการออกแบบระบบที่ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ ThaiD และได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องใช้ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวันตามที่ตนเคยเสนอแนะไปก่อนหน้านี้ ทำให้ลดขั้นตอนลงไปได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง กทม.จำเป็นต้องปรับปรุงระบบเพิ่มเติมด้วยการเลิกขอเอกสารที่หน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อยู่แล้ว ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาบัญชีธนาคาร

นายศุภณัฐกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ไม่ควรให้ประชาชนต้องกรอกข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยา เช่น ข้อมูลรหัสประจำบ้าน รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลในบ้าน และข้อมูลรายได้ต่างๆ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ กทม.สามารถตรวจสอบผ่านระบบได้เอง และไม่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้าน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับแอพพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ว่าในรอบนี้แอพพลิเคชั่นทางรัฐอำนวยความสะดวกได้ดีกว่ามาก เนื่องจากแทบไม่มีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเลย
นายศุภณัฐกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ตนเรียกร้องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมาหลายครั้ง ทั้งในเหตุการณ์แผ่นดินไหว หรือตอนเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด เช่น หาดใหญ่ เชียงราย อยุธยา และอ่างทอง ซึ่ง ส.ส.พรรคประชาชนหลายท่านก็ได้ร่วมกันสะท้อนปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อ 3 เดือนก่อน สภาผู้แทนราษฎรถึงขั้นต้องผ่าน พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน เพื่อบังคับให้หน่วยงานรัฐเลิกขอสำเนาเอกสารที่มีอยู่ในครอบครองอยู่แล้ว ทั้งที่เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่หน่วยงานรัฐริเริ่มผลักดันเองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีหน่วยงานใดดำเนินการ จนสภาฯ ต้องออกกฎหมายมาบังคับ
นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กทม.จะเร่งปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนต่างๆ โดยด่วน เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระซ้ำเติมประชาชนที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากภัยน้ำท่วมอยู่แล้ว และยังต้องมาวุ่นวายกับการจัดเตรียมเอกสารที่ กทม.ควรจะมีอยู่แล้วหรือสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นได้ด้วยตนเอง


