คณะก้าวหน้า โวย เจ้าหน้าที่เรียกตรวจ 3 หญิงชายแดนใต้ เข้าอบรมผู้นำการเมือง จี้ตร.แจง ใช้กฎหมายข้อใด
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิคณะก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรหลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้หญิงสู่การเป็นผู้นำทางการเมือง (WEPLA) 3 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและติดตามตัว ว่า ขอเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ชี้แจงว่าใช้อำนาจทางกฎหมายข้อไหนในการคุกคามประชาชนเช่นนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมทั้ง 3 คนเดินทางโยรถไฟจากจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อมาร่วมเรียนในทุกช่วงการอบรม 3 ครั้งแล้ว แต่ในการเดินทางครั้งล่าสุด เมื่อเดินทางมาถึงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ในวันที่ 9 ตุลาคม เวลาประมาณ 11.00 น. กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกหยุดเพื่อซักถามข้อมูล โดยเจ้าหน้าที่มีทั้งชื่อ นามสกุล และภาพใบหน้าของทั้ง 3 คนอยู่ในมือ พร้อมสอบถามรายละเอียด จุดประสงค์ ของการเดินทาง โรงแรมที่พัก รวมถึงขอดูเอกสารกำหนดการอบรม ยิ่งไปกว่านั้น ทั้ง 3 คนยังรู้สึกว่าถูกติดตามถ่ายภาพมาตั้งแต่ช่วงที่อยู่บนรถไฟ
น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า ขอตั้งคำถามโดยตรงไปยังผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ตำรวจใน 3 ประเด็น 1.เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฎหมายฉบับใด และมาตราใด ในการเรียกหยุดและซักถามประชาชนที่เดินทางโดยสุจริตและไม่ได้กระทำความผิด 2.รายชื่อและภาพใบหน้าของผู้เข้าร่วมอบรมมีที่มาอย่างไร ใครเป็นผู้จัดทำ และจัดทำด้วยเหตุผลใด 3.ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไปในวันดังกล่าว ถูกนำไปเก็บไว้ที่ใด และจะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดต่อ
น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า ผู้เข้าร่วมอบรมหญิง 3 คนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งสามแตกต่างกันทุกด้าน แต่สนใจในเรื่องเดียวกัน คือการทำให้ผู้หญิงในจังหวัดชายแดนใต้ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น เพื่อให้เสียงของผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตัดสินใจ ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายและประเด็นที่เปราะบาง แต่ทุกคนยืนยันถึงความสำคัญและมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
น.ส.กุลธิดา กล่าวว่า ผู้หญิงสามคนเดินทางมาเรียนเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมือง สิ่งที่รัฐตอบกลับคือการติดตามและซักถาม ราวกับว่าการมาจากจังหวัดชายแดนใต้เป็นเหตุอันควรสงสัยในตัวเอง
“ดิฉันไม่โทษเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ต้องทำตามคำสั่ง แต่ขอถามผู้บังคับบัญชาที่สั่งการว่า การใช้เวลาและทรัพยากรของรัฐเพื่อติดตามนักเรียนหลักสูตรผู้นำหญิง ทำให้ใครปลอดภัยขึ้น สิ่งนี้ไม่ใช่การรักษาความมั่นคง แต่คือการคุกคามประชาชน ขอให้ผู้บังคับบัญชาทบทวนและยุติคำสั่งลักษณะนี้” น.ส.กุลธิดา กล่าว

