ทบ.เปิดแผนบรรเทาสาธารณภัย รับมือภัยพิบัติทุกระดับ ยันพร้อมขนกำลังพล-ยุทโธปกรณ์ เป็นที่พึ่งประชาชนในทุกโอกาส
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เพจทีมโฆษกกองทัพบก โดย พ.ท.หญิง สถิดาภรณ์ แฟงคล้าย ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงบทบาทหน้าที่และการปฏิบัติงานของกองทัพบกในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อประเทศประสบภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม หรือดินถล่ม โดยยืนยันว่าการช่วยเหลือและเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยของหน่วยทหารทั่วประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบเฉพาะหน้า แต่มีการวางระบบและกรอบการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ระดับชาติ กระทรวงกลาโหม ลงมาถึงกองทัพบก

พ.ท.หญิง สถิดาภรณ์ กล่าวว่า การรับมือสาธารณภัยของประเทศไทยอ้างอิงจาก “แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2564–2570” ซึ่งกำหนดทิศทางตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ เมื่อแผนชาติกำหนดให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าสนับสนุน จึงสอดรับกับ “แผนบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2564” และถ่ายทอดมาสู่ “แผนบรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก พ.ศ. 2564” เพื่อบริหารจัดการกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องมือกู้ภัย ชุดแพทย์ และชุดช่าง เข้าสนับสนุนหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก ระบุเพิ่มเติมว่า ในกรณีเกิดภัยพิบัติจริง แผน ปภ. ชาติ ได้แบ่งระดับความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับ โดยกองทัพบกมีขั้นตอนและกลไกเข้าสนับสนุน ดังนี้

ระดับ 1 (ภัยขนาดเล็ก – ระดับอำเภอ/ท้องถิ่น): มีผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยหน่วยทหารในพื้นที่จะจัด “ชุดเคลื่อนที่เร็ว” (กองร้อยช่วยเหลือประชาชน) เข้าช่วยเหลือทันทีที่ได้รับการประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินเท้าเข้าช่วยเหลือเบื้องต้น การใช้เรือรับส่งประชาชน การช่วยอพยพผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง การบรรจุกระสอบทรายทำแนวกันน้ำ ตลอดจนการเปิดเส้นทางสัญจร
ระดับ 2 (ภัยขนาดกลาง – ระดับจังหวัด): มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้บัญชาการ โดยมณฑลทหารบก (มทบ.) ในพื้นที่ จะร่วมบัญชาการและบูรณาการทรัพยากรเพิ่มเติม เช่น การนำรถยนต์บรรทุกทรงสูงและเรือเข้าพื้นที่ท่วมขังลึก การตั้งโรงครัวสนามผลิตอาหารแจกจ่าย การสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด และจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่เข้าดูแลผู้ป่วย

ระดับ 3 (ภัยขนาดใหญ่ – ขยายวงกว้างหลายจังหวัด): รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการ ปภ. แห่งชาติ เป็นผู้ควบคุมสั่งการ ซึ่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม และกองทัพภาค จะอำนวยการประสานยุทโธปกรณ์พิเศษเข้าช่วยเหลือแบบเต็มรูปแบบ เช่น การใช้โดรนและอากาศยานสำรวจสถานการณ์พร้อมลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางอากาศ การจัดทหารช่างพร้อมเครื่องมือหนักสร้างสะพานเบลีย์เปิดเส้นทางที่ตัดขาด และระดมชุดแพทย์เคลื่อนที่ระดับกองทัพเข้าดูแลประชาชน
ระดับ 4 (ภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง – วิกฤตระดับชาติ): นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในส่วนของกองทัพบก ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก จะยกระดับการอำนวยการเพื่อระดมศักยภาพทั่วประเทศ เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม สนับสนุนระบบสื่อสารและดาวเทียมทางทหารเมื่อระบบปกติขัดข้อง การบูรณาการทหารช่างฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนการประสานความช่วยเหลือจากต่างประเทศ
“สิ่งที่เห็นจากการทำงานตามแผนบรรเทาสาธารณภัย ไม่ใช่เพียงแค่การส่งทหารลงพื้นที่ แต่คือการจัดสรรกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และศักยภาพเฉพาะทางให้ตรงกับความรุนแรงของสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติในระดับใด กองทัพบกพร้อมนำทุกศักยภาพที่มีเข้าสนับสนุนหน่วยงานหลักและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด เพราะทหารมีไว้เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” พ.ท.หญิง สถิดาภรณ์ กล่าว



