หน้าแรก การเมือง นายกฯ เผยน้ำท...

นายกฯ เผยน้ำท่วมเข้าสู่ท้ายฤดูกาล จ่ายเยียวยาแล้ว 1,069 ล. ขอพักประชุมรายวัน จับตาภาคใต้ใกล้ชิด

12.10.26 | 09:42 น.

นายกฯ เผยสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาล ชม จ.เพชรบุรี บริหารจัดการน้ำได้ดี คลี่คลายรวดเร็ว แนะจังหวัดอื่นใช้รูปแบบนี้รับมือฝน ระบุจ่ายเงินเยียวยาแล้วกว่า 1.35 แสนครัวเรือน รวมกว่า 1,069 ล้านบาท บอกหลังจากนี้ขอพักการประชุมรายวัน แต่ยังติดตามใกล้ชิด สั่งปภ.อัพเดตการแจ้งเตือน หากน้ำท่วมใต้ อาจตั้งศูนย์ฯส่วนหน้าให้สอดคล้องสถานการณ์

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านระบบทางไกล


โดย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในวันนี้ ตนก็มีความคาดหวังว่าน่าจะเป็นเป็นช่วงท้าย ๆ ของการบริหารสถานการณ์ เพราะฝนที่เรากำลังเผชิญก็น่าจะเป็นระลอกท้าย ๆ ของฤดูกาล ต้องถือว่าปริมาณน้ำฝนที่เราคาดการณ์ว่าจะมาในระดับค่อนข้างหนักไม่ได้มากเกินกว่าที่เราบริหารจัดการได้ ทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย แม้กระทั่งในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง อย่างในกรุงเทพมหานครทุกท่านก็ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ผ่อนคลายสถานการณ์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติ ต้องชื่นชมต่อการเร่งสำรวจรายชื่อผู้ได้รับความเสียหาย ที่อยู่ในข่ายเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินเยียวยา

นายอนุทิน กล่าวว่า ซึ่งจนถึงปัจจุบัน มีการโอนเงินไปแล้ว 5 รอบ รวมกว่า 135,000 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 1,069 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายงานล่าสุดจากกระทรวงมหาดไทยที่ได้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับการเยียวยาจากทั่วประเทศ ทำให้สามารถโอนเงินเยียวยารายละ 9,000 บาท ไปยังผู้ได้รับผลกระทบได้ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ เพราะปกติเมื่อเกิดสถานการณ์แบบนี้ เราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน แล้วรวบรวมรายชื่อภายหลัง ซึ่งอาจเป็นนวิธีดำเนินการเพื่อความรอบคอบในอดีต แต่ก็ทำให้เกิดความล่าช้า และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิจากประชาชนมาพอสมควร รัฐมนตรีก็ต้องเข้าไปตอบกระทู้ในสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้น สถานการณ์ในครั้งนี้ เรื่องการช่วยเหลือเยียวยา เราสามารถทำได้เป็นรายวัน รายจังหวัด โอนเงินไปรออยู่ในธนาคารได้ล่วงหน้า ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป

Advertisement

นายกฯ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำโดยรวม ตนขอชื่นชม จ.เพชรบุรี เมื่อวานนี้ 11 ตุลาคม มีรายงานสถานการณ์เข้ามาว่ามีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมือง และชุมชนใหญ่ในจ.เพชรบุรี ตอนแรกคิดว่าจะต้องมีการเร่งระดมความช่วยเหลือเข้าไป ซึ่งจากรายงานเบื้องต้น ตอนที่ยังไม่ได้รับรายละเอียด แม้กระทั่งตนก็คิดว่าเป็นผลพวงจากการระบายน้ำจากจ.กาญจนบุรี หรือมีน้ำหลากมาจากจังหวัดอื่น แต่ปรากฏว่าเป็นน้ำฝนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ที่จ.เพชรบูรณ์ และได้มีการประสานว่าหากสถานการณ์ทวีความรุนแรง ก็อาจจะขอลงพื้นที่ แต่เมื่อกลับถึงกรุงเทพมหานครก็ได้รับรายงานว่าระดับน้ำลดลง แห้งเกือบหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถยึดเป็นรูปแบบในการทำงาน รับมือสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดได้ตามที่ได้หารือกันก่อนหน้านี้ เราห้ามฝนตก ห้ามธรรมชาติไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเส้นทางน้ำ การผันน้ำไปยังแหล่งรับน้ำที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เสียหายได้อย่างรวดเร็ว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า หากทำได้ตามที่วางวางแผนไว้ แม้เกิดน้ำท่วมก็ท่วมไม่นาน ถือว่า จ.เพชรบุรี ดำเนินการได้ดี เพราะตอนที่รายงานเข้ามาในช่วงแรกน้ำก็ท่วมเลยระดับหัวเข่า แต่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนไปจนถึงจังหวัดนราธิวาสเตรียมรับมือเอาไว้ การระดมความช่วยเหลือก็มีความพร้อม เราได้มีการระดมความช่วยเหลือเรื่องการวางแผนการอพยพกลุ่มเปราะบางได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ และระดมเครื่องมือเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่โชคดีที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มกำลัง เนื่องจากการระบายน้ำมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สถานการณ์กลับคืนภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ขอให้มีการเตรียมพร้อมในรูปแบบเช่นนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้

นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการแจ้งเตือนภัยขอให้ กรมปภ. อัปเดตโปรแกรม และรูปแบบการแจ้งเตือน ส่วนในพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ขอให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยาโดยเร่งด่วน ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือน เร่งฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ให้สามารถใช้ได้ปกติ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันขอให้เร่งรัดกระบวนการสำรวจ ประเมินความเสียหาย และลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ให้ส่งถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องโปร่งใสและรวดเร็ว

นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า ขอให้ ปภ. คปภ. ออมสิน มีการคิกออฟกัน เพราะตอนนี้อยู่ในช่วงที่เราจ่ายเงินภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลทำไว้ 30 ล้านครัวเรือน ดังนั้น ภัยที่เกิดตั้งแต่วันนี้ หรือตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา เงินเยียวยาเหล่านี้ก็จะต้องออกมาจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งอาจจะเป็นกรณีแรก ๆ ดังนั้น ปภ.และ คปภ. ต้องเร่งตั้งหลักเกณฑ์และติดตาม เพื่อให้มีการโอนชำระเงิน หากเข้าเกณฑ์ก็จะได้ครัวเรือนละ 10,000 บาท มากกว่าหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลเคยให้ไว้ ต้องทำงานแข่งกับเวลา และสร้างแนวทางที่สามารถทำให้เงินนี้ไปถึงมือประชาชนได้อย่างรวดเร็วที่สุด และเนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ต่าง ๆ ค่อนข้างอยู่ภายใต้การควบคุม

นายอนุทิน กล่่าวต่อว่า ส่วนในจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังและยังไม่สามารถระบายออกไปได้รัฐบาลได้กำหนดให้มีบุคลากรในระดับผูิบริหารระดับสูงลงไปกำกับดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมสภาพกำลังเข้าไปทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่ และสัปดาห์นี้อาจจะเป็นสัปดาห์ที่มีความวุ่นวายเล็กน้อยในเรื่องการจราจร เพราะประเทศไทย เป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF-Worldbank โดยมีการประกาศวันหยุดราชการ และขอความร่วมมือหน่วยงานต่าง ๆ เวิร์คฟอร์มโฮม เพื่อเป็นการผ่อนคลายสภาพการจราจรในช่วงที่มีมีการประชุมระดับโลก และเนื่องจากสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้ว หลังจากนี้จะขอพักการประชุมประจำวันในช่วงเช้า แต่ก็ขอให้มีการสแตนด์บายไว้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามสภาพปกติ ก็จะประเมินอีกครั้งว่าจะมีการประชุมหรือไม่ แต่ตนคิดว่าหลังจากนี้ โฟกัสต่าง ๆ จะลงไปในพื้นที่ภาคใต้ ขอให้ ปภ.ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง อาจมีการตั้งส่วนหน้าในพื้นที่ ปรับรูปแบบการประชุมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป

นายกฯ กล่าวว่า พร้อมขอบคุณทุกท่านที่ทำงานด้วยความทุ่มเท เสียสละ เอาใจใส่ จนทำให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ยกเว้นในบางพื้นที่เราก็เร่งระความช่วยเหลือ การมาประชุมร่วมกันทุกวัน ทุกเช้าเป็นเวลาประมาณ 12 วัน ตนขอยืนยันว่าทำให้สภาพหน้างานการบูรณาการ การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความมีประสิทธิภาพ ได้เห็นความช่วยเหลือร่วมมือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีใครเกี่ยงงาน ทุกคนลงไปทำงานในพื้นที่ สามารถติดตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราตั้งใจจะทำให้การทำงานเช่นนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ตนถามผู้รู้ทุกที่ว่ามีทางที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายหรือไม่ ทุกท่านก็ตอบว่ายากมาก แต่สิ่งที่เราจะจะทำคือการเพิ่มช่องทางการเดินทางของน้ำ บริหารจัดการน้ำตามที่ต้องการ ซึ่งเราก็เริ่มดำเนินการทั้งเรื่องแหล่งพักน้ำ แหล่งเก็บน้ำ รวมถึงการที่รัฐบาลอนุมัติโครงการระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งติดเรื่องการอนุมัติมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เราก็ดำเนินการให้ผ่านไป โดยจะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เรามีแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตนขอให้คำยืนยันว่ารัฐบาล รับทราบถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี งบประมาณที่มีอยู่ก็จะผันจากงบที่เคยใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำ ไม่ได้เสียงบประมาณเพิ่มขึ้น แต่เป็นการจัดสรรการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตนเห็นสภาพนี้มาโดยตลอด เมื่อได้เป็นนายกฯแล้ว ก็นำสิ่งที่เคยเห็นและไม่สามารถแก้ปัญหาได้ในขณะที่ยังไม่มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ มาเร่งดำเนินการ ขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือแบบนี้ต่อไป เราก็จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้ ส่วนจะมีการประชุมอีกครั้งเมื่อไหร่ ก็ขอดูตามสถานการณ์