หน้าแรก การเมือง รมต.สโลวัก เข...

รมต.สโลวัก เข้าพบอนุทิน เยือนไทยครั้งแรกในรอบ 21 ปี พร้อมหนุน FTA ไทย-อียู ขยายการค้า

12.10.26 | 16:52 น.

‘นายกฯ’ หารือรัฐมนตรีต่างประเทศสโลวัก เยือนไทยครั้งแรกในรอบ 21 ปี หนุน FTA ไทย-อียู ขยายการค้า-ลงทุน พร้อมดันไทยสู่สมาชิก OECD

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่ห้องรับรองชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายยูไร บลานาร์ (Juraj Blanár) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรป สาธารณรัฐสโลวัก เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในโอกาสเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับสโลวักในมิติต่างๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้


นายกฯกล่าวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและกิจการยุโรปสาธารณรัฐสโลวัก โดยการเยือนครั้งนี้นับเป็นการเยือนระดับสูงจากสโลวักครั้งแรกในรอบ 21 ปี และเป็นหมุดหมายสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ด้าน รมว.ต่างประเทศและกิจการยุโรปแห่งสาธารณรัฐสโลวัก ได้เชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสโลวักอย่างเป็นทางการ โดยสโลวักมีศักยภาพเป็นประตูสู่ภูมิภาคยุโรปกลางของไทย ขณะที่ไทยสามารถเป็นประตูสู่อาเซียนของสโลวัก ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสในการขยายการค้า การลงทุน ตลอดจนส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

Advertisement

ด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายสโลวักพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของไทยในการจัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาด ลดอุปสรรคทางการค้า อันจะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับสโลวัก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศในระยะยาว

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเป้าหมายของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 โดยปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎระเบียบและกติกาภายในประเทศ ในการนี้ ฝ่ายสโลวักแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของไทย พร้อมแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเตรียมความพร้อมของไทยสู่การเป็นสมาชิก OECD

ด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสโลวักแสดงความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ และความเชี่ยวชาญให้แก่ไทย เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพัฒนาความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระหว่างกัน ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาลไทย

ด้านความสัมพันธ์ระดับประชาชน นายกรัฐมนตรีระบุว่าในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวสโลวักเดินทางมาไทยมากกว่า 35,000 คน สะท้อนความสัมพันธ์ระดับประชาชนที่เพิ่มขึ้น โดยไทยพร้อมสนับสนุนการหารือเพื่ออำนวยความสะดวกด้านวีซ่าและการยกเว้นวีซ่าเชงเกนสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางไทยธรรมดาภายใต้กรอบสหภาพยุโรป