หน้าแรก การเมือง ปชน. ฮึ่มฟ้อง...

ปชน. ฮึ่มฟ้องเพจชายแดนใต้ ปล่อยเฟคนิวส์ รอมฎอน ปมงานสารทเดือนสิบ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

12.10.26 | 23:06 น.

ปชน. ฮึ่มฟ้องเพจชายแดนใต้ ปล่อยเฟคนิวส์ รอมฎอน ปมงานสารทเดือนสิบ ลั่นเอาเรื่องถึงที่สุด

จากกรณี เพจที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้โพสต์ภาพ นายรอมฎอน ปันจอร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมประเพณีเทศกาลวันสารทเดือนสิบ พร้อมระบุข้อความว่า “การด้อยค่าวัฒนธรรมความเชื่อคนอื่น เป็นสิ่งที่น่ารังเกลียด ส.ส.รอมฎอน พร้อมทีมงานเข้าวัดดูงานเดือนสิบ อ.รือเสาะ แต่ไร้การต้อนรับจากชาวบ้าน เหมือนอากาศธาตุ พยายามมีตัวตนแต่กลับไร้คนสนใจ สุดท้ายเกิดอาการไม่พอใจ พูดด้อยค่าประเพณีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ‘งานอะไรชิงของกันเหมือนอดอยาก’ สุดท้ายฝากถึง ส.ส.รอมฎอน และทีมงาน หากไม่มีความรู้ก็อย่าพูดอะไรโง่ๆออกมา ปากอ้างต้องการรักษาวัฒนธรรมอัตลักษณ์ในพื้นที่ แต่การกระทำกลับดูถูกอัตลักษณ์ความเชื่อผู้อื่น”


ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 น.ส.ภคมณ หนุนอนันต์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า “คุณใส่ร้ายเขาแบบนี้เลยเหรอ ถ้าบริสุทธ์ใจทำไมไม่แชร์คลิป ทำไมถึงแคปภาพนิ่งแล้วบรรยาย ใส่ร้ายตามอำเภอใจ

ในภาพเป็นการทำบุญเดือนสิบ ของพี่น้องชาวพุธในภาคใต้ เรียก “ชิงเปรต” กรณีนี้จะดำเนินคดีให้ฟ้องนะคะเนื่องเป็นการใส่ร้าย ไร้ข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง แถมยืมมือคนอื่นด้อยค่า วัฒนธรรมพี่น้องชาวพุธในภาคใต้

ทั้งนี้ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ก็ได้ออกมายืนยันเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ระบุว่า “จากข้อความใส่ร้าย ส.ส.รอมฎอน ว่าด้อยค่าความเชื่อของชาวพุทธ ซึ่งมิใช่ข้อเท็จจริง และสร้างความเสียหายให้ ส.ส.รอมฎอน อีกทั้งความน่าเชื่อถือของพรรคประชาชน

Advertisement

ทีมกฎหมายของพรรคยืนยันจะดำเนินคดีในกรณีนี้อย่างถึงที่สุดโดยไม่มีการยอมความในทุกกรณี #ข่าวปลอม #พรรคประชาชน”

อย่างไรก็ตาม นายรอมฎอน เองก็ได้ออกมาชี้แจงเช่นเดียวกัน ว่า “ยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้พูดนะครับ ผมไปร่วมงานเพื่อแสดงความให้เกียรติและเคารพต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของเพื่อนมิตรชาวพุทธในพื้นที่ ตามที่เคยตกปากรับคำในเวทีเสวนาเมื่อเดือนก่อนครับ

ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่หลากหลายเป็นสิ่งมีค่าและไม่ควรถูกนำมาบิดเบือนด้อยค่าและแพร่มลทินเช่นนี้ครับ

การคลี่คลายปัญหาต้องไม่ยิ่งสร้างปัญหาให้หนักเข้าไปอีก เรื่องนี้ต้องมีคนต้องรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและการเมืองครับ”