‘พลพีร์’ ตอกกลับ อดีตปลัด มท. เป็นผมก็คงอาย! ถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน ด่า ขรก.กลางที่ประชุม กางผลงาน 3 รมช.รุ่นใหม่ ยก ‘เจเศรษฐ์-โกแพ’ ทุ่มสุดตัวช่วยน้ำท่วม เท้าไม่เคยแห้ง
เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 13 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ออกมาวิจารณ์กระทรวงมหาดไทยในช่วงนี้ เรื่องคดีโกงสอบท้องถิ่นว่า เป็นตนก็คงอายที่ดูถูกข้าราชการในการประชุมใหญ่ เป็นตนก็คงอายที่มีคนเรียกว่าปลัดหมื่นล้าน รวมถึงโครงการต่างๆ ที่ทำในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีปัญหาและอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะอาจทำให้องค์กรของรัฐเสียหาย และตนยังได้ข่าวว่าขายบริษัทดังกล่าวไปแล้ว แต่เรื่องยังคาราคาซังอยู่ ตนเป็นท่านก็คงอาย
เมื่อถามว่า หมายความว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับปลัดใช่หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ลองไปดูสิ บริษัทชื่อ SP อะไรสักอย่าง
เมื่อถามว่า คดีโกงสอบท้องถิ่น อดีตปลัดคนดังกล่าวต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เรื่องนี้ตนน่าจะเป็นคนที่รู้น้อยที่สุด ต้องไปดูว่าสมัยนั้นใครเป็นผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนคิดว่าการทำตามนโยบายของรัฐบาลเป็นการยกศักดิ์ศรีและจัดระเบียบกระทรวงมหาดไทย อะไรที่หย่อนไปหรือเรามองว่าต้องบิ๊กคลีนอัพ ต้องฟื้นฟูกระทรวงและจิตใจของข้าราชการที่ถูกคนในและผู้บริหารดูถูกมาโดยตลอด และขณะนี้มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เป็นคนรุ่นใหม่ 3 คน 3 บุคลิกแต่ละคนมีเนื้องานและแผนงาน รวมถึงนโยบายของตัวเอง ขนาดนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เท้าไม่เคยแห้ง ตั้งแต่มีอุทกภัยมา ไปวันละ 3 จังหวัด ตนไม่เคยเห็นรัฐมนตรีช่วยหรือผู้บริหารในอดีตทำเหมือนนายเจเศรษฐ์ หรือแม้แต่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นคนใต้ ก็ทุ่มเทศักยภาพและทุกกำลังเพื่อระบายน้ำออกจาก กทม. และบินไปบูรณาการแผนภาคใต้เพื่อรับมือน้ำฝน
เมื่อถามว่า การที่ ป.ป.ช.ปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น 3 คน จะทำให้สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยทำมาฟาวล์หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เป็นขั้นตอนของหน่วยงาน ซึ่งในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราทำครบถ้วนทุกกระบวนความ แต่แม้ว่าวันนี้เขาจะถูกปล่อยตัวก็ไม่ได้หมายความว่าจะหลุดรอดจากคดี เมื่อเขาส่งสำนวนมาเมื่อไหร่ก็สามารถเรียกตัวมาถามอีกได้ และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ นายพลพีร์กล่าวว่า เขาก็คงข้องใจ ตนก็ข้องใจ เพราะเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ ก็ว่าไป
นายพลพีร์ยังเปิดเผยถึงกรณีอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยระบุว่าการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไม่ควรจะเปลี่ยนม้ากลางศึกว่า เรื่องนี้ตน พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ลงพื้นที่และก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เรื่องเป็นเช่นนี้เพราะคนที่ไม่ได้มาช่วยพูดเยอะ เสียงดัง แต่คนที่อยู่หน้างานจริงๆ พอพูดก็อาจจะไม่กังวานเท่า ซึ่งหากวันนี้ลงไปเห็นก็จะเห็นทั้งทรัพยากร เจ้าหน้าที่ ท้องถิ่น กลาโหม คมนาคม ทุกคนอยู่หน้างานหมด ซึ่งระดับน้ำก็ลดลง การลงพื้นที่ประชาชนก็จะเสนอข้อร้องเรียนต่างๆ ทั้งยารักษาโรค ก็ได้มีการจัดลงไปในพื้นที่ นับ 100,000 ชุด รวมถึงเรือ เครื่องผลักดันน้ำ ไม่มีช่องว่างที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเลย มีการเชื่อมต่อกัน
นายพลพีร์กล่าวด้วยว่า ส่วนอดีตนายอำเภอจะดีหรือไม่ดี ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ข้อคิดเห็นต่างๆ หากไม่อยู่ในพื้นที่ ก็ถือเป็นอีกบทหนึ่ง ส่วนตัวพูดมาตลอดว่าเหรียญมี 2 ด้าน คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็ ดังนั้น อยู่ที่ว่าจะเลือกฟังใคร เพราะโลกทุกวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น จะไปดูที่โซเชียลมีเดียก็คงไม่ได้ เมื่อความเป็นจริงสะท้อนมาแบบนี้ ซึ่งตนเองขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานไม่มีใครละเลย การช่วยเหลือประชาชน โดยไม่อยากให้ประชาชนอยู่ในน้ำเกิน 3 ถึง 4 วัน หรือแม้กระทั่งวันเดียวก็ไม่ยอม แต่เมื่อสภาพเป็นเช่นนี้ ก็ต้องดูในเรื่องของความช่วยเหลือ และการฟื้นฟูต่อไป
นายพลพีร์ระบุว่า ล่าสุดที่ จ.ปราจีนบุรี มีการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาประมาณ 70,000 คน โดยจะมีการประชุมหน่วยงานในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ส่วนตัวได้แย้งไปว่าทำไมไม่เริ่มประชุมเลย เพื่อจะช่วยเหลือประชาชนก่อน ไม่ควรรอทั้งจังหวัด
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีดูท่าทีขึงขังต่อพฤติกรรมของนายอำเภอ ซึ่งกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ดำริหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เรื่องนี้อธิบดีกรมการปกครองได้ดำเนินการตามขั้นตอน และย้ายนายอำเภอคนดังกล่าวไปอยู่อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ส่วนจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ขึ้นอยู่กับอธิบดีและปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอโฟกัสในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก็แล้วแต่ผู้บังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทยจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่

