สตง.เผยเจ้าหน้าที่ไทยพีบีเอสร้องตรวจใช้งบ ตั้งทีมสอบตั้งแต่ ม.ค. ออกรายงานแล้ว 2 ฉบับ จ่อสรุปความผิดรายบุคคล
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ห้องดำริอิศรานุวรรต สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และโฆษก สตง. พร้อมทีมตรวจสอบ แถลงผลการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ช่วงปลายปี 2568 สตง.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าหน้าที่ภายในไทยพีบีเอสพร้อมเอกสาร เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และแบบแผนทางราชการ รวมถึงข้อกล่าวหาว่ามีเจตนาทำให้องค์กรเสียหายในหลายประเด็น

ประเด็นร้องเรียนหลัก ได้แก่ การจัดหาผู้ทำข่าว การใช้ทรัพย์สินขององค์กรโดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย ตลอดจนการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดย สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว และเนื่องจากไทยพีบีเอสเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินจึงตั้งคณะทำงานเพื่อให้ตรวจสอบได้ครบถ้วน มีนางสาวมธุลีห์ โยคี ผู้ตรวจเงินแผ่นดินเป็นหัวหน้าคณะทำงาน
นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า คำสั่งตั้งคณะทำงานมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 แบ่งการตรวจสอบเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การจัดหาว่าเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับหรือไม่ การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กร และการตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคล ซึ่งอาจมีแนวโน้มส่งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หากมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าทุจริต

ขณะนี้ สตง.ออกรายงานแล้ว 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพขององค์กร ออกรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งอยู่ระหว่างให้ไทยพีบีเอสจัดทำแผนพัฒนาตามข้อเสนอแนะ ส่วนฉบับที่สองเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ออกรายงานเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 และได้ให้ข้อมูลบางส่วนเป็นข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว
สำหรับการตรวจสอบความผิดเฉพาะบุคคลของเจ้าหน้าที่ ยังไม่ได้ออกรายงาน แต่คาดว่าจะออกในเร็ววันนี้
“เรามีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบวันที่ 26 มกราคม 2569 แต่เพิ่งออกรายงานเดือนตุลาคม แสดงว่าเราต้องละเอียด รอบคอบกับการรวบรวมข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงให้มากที่สุด เราทราบว่าการออกรายงานมีผลต่อองค์กร จึงระมัดระวังเรื่องนี้” นายสุทธิพงษ์กล่าว
นายสุทธิพงษ์ยืนยันว่า การตรวจสอบตั้งแต่ระดับคณะทำงานจนถึงการให้ความเห็นชอบออกรายงานเป็นไปตามกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลต่อข้อทักท้วงทั้งหมด ก่อนนำผลการตรวจสอบมาแถลงให้สื่อมวลชนรับทราบอย่างเป็นทางการ




