“ป.ป.ท.” พบ 139 จนท.รัฐเอี่ยวคดีทุจริตการเก็บรักษาข้าว ในคลังสินค้า กว่า 200 คดี เตรียมเรียกแจ้งข้อกล่าวหา ชงต้นสังกัดปรับย้าย ให้ปปง.ตรวจเส้นทางเงิน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เผยแพร่เอกสารข่าวว่า นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ได้มอบหมาย พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. ประธานอนุกรรมการกำกับและประสานการดำเนินงานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีทุจริตการเก็บรักษาข้าวในคลังสินค้า พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีทุจริตการเก็บรักษาข้าวในคลังสินค้าของ ป.ป.ท. เขตพื้นที่ 7 ซึ่งวันนี้ได้มีการเชิญผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา 5 คดี
เอกสารข่าวระบุว่า ป.ป.ท. ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีทุจริตการเก็บรักษาข้าวในคลังสินค้าที่ส่งมาจากพนักงานสอบสวนในพื้นที่ต่างๆ รวม 36 จังหวัด และคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้มีมติให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง 990 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 147,259,065,108.79 บาท รวมปริมาณข้าวได้รับความเสียหาย 41,551,117.52 ตัน ดังนี้ 1.องค์การคลังสินค้า (อคส.) 720 คดี มูลค่าความเสียหาย 119,985,921,640.27 บาท มีปริมาณข้าวได้รับความเสียหาย 39,108,092.82 ตัน 2.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) 270 คดี มูลค่าความเสียหาย 27,273,143,468.52 บาท มีปริมาณข้าวได้รับความเสียหาย 2,443,024.70 ตัน ทั้งนี้ มีจำนวนผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวม 139 คน เป็น อคส. 93 คน และ อ.ต.ก. 46 คน
เอกสารข่าวระบุต่อว่า การดำเนินคดีได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. 2560 เป็นต้นมา โดยคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกันดำเนินการ โดยมีภาพรวมความคืบหน้าของการดำเนินคดีในแต่ละคดีประมาณร้อยละ 70 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา 211 คดี และตั้งแต่เดือน ส.ค. 2560 คณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจะเริ่มเสนอรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงที่ดำเนินการเสร็จสิ้น ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อพิจารณาชี้มูลความผิดต่อไป ซึ่งเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. ชี้มูลความผิดแล้ว เมื่อมีมูลความผิดทางอาญาจะส่งพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางหรือภาคต่างๆ ต่อไป และกรณีที่เป็นความผิดทางวินัยก็จะส่งเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษทางวินัยด้วย
เอกสารข่าวระบุอีกว่า ในการดำเนินการมาตรการทางวินัย และมาตรการทางปกครองตามคำสั่ง คสช.ที่ 69/2557 นั้น ป.ป.ท. ได้แจ้งเรื่องไปยัง อคส. และ อ.ก.ต. ให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่แล้ว และขณะนี้ อคส. ได้ดำเนินการทางปกครองปรับย้ายเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประจำ อคส. ด้วยแล้ว ทั้งนี้ ได้มีการส่งเรื่องให้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อีกทางหนึ่งด้วย

