‘โรม’ ถาม ‘รัฐบาล’ กลัวอะไรบีบวันซักฟอกเหลือ 3 วัน เหน็บ ไหนก่อนหน้าออกมาบอกบันเทิงต่างๆ งง ถ้าชอบบันเทิงนัก-บริสุทธิ์ใจจริง ทำไมไม่ให้อภิปรายแบบที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ตั้งใจ เผยวิปค้าน-รบ.-ตัวแทนครม. ยังไม่ได้คุยกันเลย มอง ก็แค่โยนหินถามทาง ยัน มีหลักฐานมัดแน่น ลั่น จะไม่ตกหลุมพรางเบี่ยงประเด็นหากถูก รบ.ตอบโต้กลบสาระอภิปราย
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยวางกรอบคร่าวๆ ไว้ช่วงวันที่ 27-30 ตุลาคมนี้ ว่า แนวทางการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทำกันมาปกติจะต้องมีการประสานงานกันและมีการประชุมกันโดยที่ประธานสภาจะต้องเรียกทั้งตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) สส. ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไปประชุมกัน แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีการประชุมเลยการอยู่ๆ จะมาหักคอว่าจะต้องเป็น 3 วัน ตนคิดว่าเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลร้อนรน และพยายามทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาน้อยที่สุด
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจย้อนหลังมีตัวเลือกแบบหลากหลายวัน แต่ที่สำคัญต้องดูด้วยว่าญัตติของฝ่ายค้านที่มีการระบุจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คนนั้น ความยาวเนื้อหาในญัตติแค่ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คนเดียวก็เกินกว่าหน้าครึ่ง รัฐมนตรีหลายคนบางคนก็มีหลายข้อหา วันนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไทย ก็บอกว่าจิตใจผุพังคืออะไร ซึ่งน.ส.ศุภมาส ก็เป็นตัวตัวเองสำคัญที่จะมีการอภิปรายในประเด็นสำคัญๆ อยู่
“ผมจะบอกว่ามีหลากหลายหลายคนจริงๆ ที่ทำกันเป็นขบวนการและเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น หากคุณปิดปากฝ่ายค้านต้องการหักคอเรา เพื่อจะให้เหลือเวลาน้อยๆ เพื่อที่เราจะไม่สามารถลงรายละเอียดได้ การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ผมยืนยันว่าก่อนที่จะสรุปกัน อย่างไรก็ต้องมีการคุยกับฝ่ายค้าน ส่วนเรื่องจำนวนวันนั้นเรายังยืนยันว่า 5 วัน จริงๆ เราขอน้อยไปด้วยซ้ำ แต่เราถือว่า 5 วันเป็นจำนวนวันขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการอภิปราย เสียวๆ อยู่เหมือนกันว่าจะไม่พอ หากลดลงไปกว่านี้เราคงยอมไม่ได้” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในรายงานข่าวมีการระบุว่า หลังจากกรอบเวลานี้ นายกรัฐมนตรีจะติดภารกิจไปต่างประเทศ มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าจริงๆ แล้วก็สามารถหยิบยกเหตุผลได้ต่างๆ นานา แต่ยืนยันว่านี่คือระยะเวลาที่เราสามารถที่จะเพียงพอคือ 5 วันก่อน ส่วน 5วันแล้วจะเป็น 5 วันเมื่อไหร่อย่างไรนั้น ตนว่าเรามาคุยกัน แต่สำคัญคือสิ่งที่เรายืนยันคือจำนวน 5 วันคือขั้นต่ำต่อการอภิปรายที่เพียงพอ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การเอาความสะดวกของรัฐบาลเป็นหลัก แต่ต้องดูผู้อภิปรายและต้องทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาเพียงพอต่อการซักฟอกรัฐบาล
เมื่อถามว่า ได้มีการคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นแล้วหรือไม่ถึงกรณีดังกล่าว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่จำนวน 5 วัน เป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านเราเห็นตรงกันมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ย้ำว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกันในคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) เลย ฉะนั้น การจะรีบสรุปและหักคอกัน ตนคิดว่าทำไม่ถูก หรือเป็นวิธีการที่รัฐบาลต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่าเวลาของฝ่ายค้านมีไม่มาก
“ไม่ใช่เรื่องของใจกว้างหรือใจกว้างอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการที่แสดงว่า รัฐบาลต้องการที่จะใช้วิธีนี้ในการหมกเม็ด ไม่ให้เราตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ คำถามที่สำคัญคือกลัวอะไร ทำไมจึงต้องพยายามบีบเราขนาดนั้น หากคุณคิดว่าคุณไม่มีอะไร ก่อนหน้านี้เห็นชอบมาพูดว่าเป็นบันเทิงอะไรต่างๆ แล้วตอนนี้ล่ะ หากชอบเรื่องบันเทิงนัก ทำไมถึงไม่ยอมให้เราอภิปรายอย่างเต็มที่ หากคุณคิดว่าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆ ทำไมจึงไม่ให้เราอย่างที่เราตั้งใจเอาไว้” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยังยืนยันว่าจะเอาตามกรอบระยะเวลาดังกล่าว ฝ่ายค้านจะทำอย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนว่าอย่าเพิ่งไปคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ตนคิดว่าเป็นแค่การโยนหินถามทางของฝั่งรัฐบาล
เมื่อถามว่า เนื้อหาในญัตติมีการเขียนถึงระบอบ “น. กินรวบประเทศ” แล้วหากมีการอภิปรายที่ไปพาดพิงบุคคลภายนอก ทำให้ฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นมาตอบโต้ มองว่าเนื้อหาสาระของการตอบโต้กันไปมา จะกลบเรื่องของเนื้อหาการอภิปรายญัตติหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เราพยายามทำคือ เรารู้ว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจผ่านเรื่องต่างๆ พยายามหยิบเรื่องนั้น เรื่องนี้ที่ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญมาใช้ในการเบี่ยงเบนความสนใจ ฉะนั้น เราได้เตรียมการเรื่องนี้แล้ว และจะไม่ให้มีการตกหลุมพรางเรื่องนี้ได้โดยง่าย ดังนั้น เรามุ่งเน้นในเรื่องของพยานหลักฐาน และความสำคัญของข้อมูลหลักฐานต่างๆ ที่จะใช้ในการเอาผิดรัฐบาลทั้งทางการเมืองและทางกฎหมาย

