เครือข่ายประชาชน ปักหลักค้างคืนต้าน IMF-World Bank ลั่น “ถนนคือรัฐสภา” จี้รื้อโครงสร้างระบอบทุนนิยม
วันที่ 15 ตุลาคม ที่สี่แยกคลองเตย กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ (World Bank & IMF Annual Meetings) ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ซึ่งประกอบด้วยขบวนเกษตรกร คนงาน ผู้หญิง คนจนเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ และนักปกป้องสิทธิธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากทั่วประเทศ ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวด้วยการ ปักหลักค้างคืน เพื่อประกาศจุดยืนอารยะขัดขืน ทวงคืนอำนาจในการกำหนดอนาคตประเทศ และคัดค้านระเบียบการพัฒนาที่เอื้อประโยชน์ต่อทุนและชนชั้นนำ

เครือข่ายฯ ชี้ว่าการประชุมดังกล่าวเปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางการเงิน” ที่รัฐและทุนร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกบนความสูญเสียของประชาชน โดยประเด็นสำคัญในแถลงการณ์ระบุถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง 3 ด้านหลัก ได้แก่:
1.วิกฤตทุนนิยมเสรีนิยมใหม่และระบอบสีน้ำเงิน: การขับเคลื่อนนโยบายภายใต้สิ่งที่เครือข่ายเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งเชื่อมโยงกลุ่มทุน บ้านใหญ่ กลไกัฐ และอำนาจพิเศษ เข้ามาเอื้อประโยชน์และเปิดทางให้ทุนกอบโกยทรัพยากร พร้อมกับใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงและภาพลักษณ์ประเทศในการคุกคาม ข่มขู่ และปิดปากประชาชนและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน
2.การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไร้ความเป็นธรรม: การวัดความสำเร็จด้วยตัวเลข GDP และการผลักดันการระดมทุนจากภาคเอกชน (Private Capital Mobilisation) กว่า 112,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีงบประมาณ 2569 สะท้อนรูปแบบ “เสรีนิยมใหม่ที่อุดหนุนด้วยเงินสาธารณะ” กำไรตกเป็นของเอกชน แต่ความเสี่ยง หนี้สิน และความพินาศทางสิ่งแวดล้อมกลับถูกผลักให้ประชาชนแบกรับ
3.รอยแผลจากการพัฒนา: บทเรียนจากเขื่อนปากมูล เขื่อนบางลาง เหมืองโปแตช ปัญหาน้ำท่วม มลพิษอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก รวมถึงปัญหาคนจนเมืองที่เผชิญการไล่รื้อ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ประชาชนไม่ได้เป็นหนี้ธนาคารโลก แต่ธนาคารโลกและรัฐต่างหากที่ติดหนี้ความยุติธรรมต่อประชาชน

7 ข้อเรียกร้องเร่งด่วนจากเครือข่ายประชาชนฯ
1.คืนอำนาจกำหนดอนาคตให้ประชาชน: ยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่เป็นเพียงพิธีกรรมสร้างความชอบธรรมหลังการตัดสินใจ
2.พลังงานต้องเป็นของประชาชน: ยุติการใช้เงินสาธารณะอุดหนุนทุนพลังงานผูกขาด ปรับเปลี่ยนโครงสร้างกรรมสิทธิ์ให้ชุมชนเป็นเจ้าของอย่างเป็นธรรม
3.หยุดก่อหนี้สาธารณะเพื่อทุน: ยกเลิกหนี้ที่ไม่เป็นธรรม เปิดเผยสัญญาเงินกู้ทั้งหมด และหยุดใช้นหนี้ครอบงำอธิปไตยทางเศรษฐกิจ
4.สวัสดิการคือสิทธิ และคุณค่าของงานดูแล: จัดสวัสดิการถ้วนหน้า รับรองสิทธิและค่าตอบแทนที่เป็นธรรมของแรงงานดูแลทั้งที่ได้รับและไม่ได้รับค่าจ้าง
5.ผู้ก่อความเสียหายต้องชดใช้: ให้ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ รัฐบาล และทุนรับผิดชอบ ฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาประชาชนอย่างเป็นธรรม
6.หยุดคุกคามประชาชน: คุ้มครองเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ยุติการคุกคามนักปกป้องสิทธิ และป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงซ้ำรอยเหตุการณ์เอเปค 2565
7.รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจระบอบสีน้ำเงิน: ปรับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 เพื่อกระจายอำนาจและความมั่งคั่ง คืนสิทธิการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ทะเล และพลังงานให้ประชาชน
“เราปักหลักอารยะขัดขืน ถนนคือรัฐสภาของประชาชน ปฏิบัติการตรงโดยสันติวิธี คือความรักที่ลงมือทำให้ความยุติธรรมเป็นจริง อนาคตไม่ใช่สิ่งที่รัฐและทุนหยิบยื่นให้ แต่ประชาชนต้องสร้างเอง!”




