พระปกเกล้าโพล เผยผลสำรวจการฟื้นฟูหลังน้ำลด พบประชาชนเครียดสุด เรื่องบ้าน-ทรัพย์สินเสียหาย กลัวท่วมซ้ำ จี้รัฐเร่งเยียวยา เพื่อซ่อมบ้าน-ลดภาระหนี้
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “ความกังวลและความคาดหวังของประชาชนต่อ การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม” โดยได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9-12 ต.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1.หลังเกิดน้ำท่วม เรื่องใดทำให้เครียด/กังวลมากที่สุด 38.8% ระบุ เครียด/กังวล เรื่องบ้านหรือทรัพย์สินเสียหาย สูงที่สุด รองลงมา 24.8% กลัวน้ำท่วมซ้ำ, 18.2% รายได้ลดหรือหนี้เพิ่ม, 6.2% สุขภาพและโรคหลังน้ำ ท่วม, 4.5% ความปลอดภัยของครอบครัว, 4.5% ไม่ได้รับผลกระทบ, 1.0% ไม่รู้สึกเครียดหรือกังวล, 1.0% งานหรือการเรียนสะดุด และ 1.0% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
แสดงให้เห็นว่า น้ำลดแต่ความกังวลอาจจะไม่ได้ลดตาม เพราะยังมีทั้งความเสียหายที่ต้องจัดการ ภาระทางการเงิน และความกลัวว่าจะเกิดเหตุซ้ำ การฟื้นตัวจึงมีทั้งเรื่องของที่อยู่อาศัย ปากท้อง และความมั่นใจว่าจะ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง
2.คนมอง “หนี้สินและค่าซ่อมแซม” จะเป็นปัญหายืดเยื้อหลังน้ำลด รวมถึงรายได้และอาชีพที่ยังไม่ฟื้น 37.3% ระบุว่า หนี้สินและค่าซ่อมแซม เป็นปัญหาที่น่าจะกระทบผู้ประสบภัย ,18.3% ปัญหารายได้และอาชีพยังไม่ฟื้น ,10.6% พื้นที่เกษตรและผลผลิตเสียหาย, 10.4% ปัญหาความเครียดและกลัวน้ำท่วมซ้ำ, 7.5% ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย, 7.4% ปัญหาขยะ น้ำ เสีย และสิ่งแวดล้อม, 5.0% โรคและปัญหาสุขภาพ, 2.6% การเรียนของเด็กหยุดชะงัก และ 0.9% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
สะท้อนว่า การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอาจใช้เวลานานกว่าการระบายน้ำออกจากพื้นที่ความเสียหาย ฟื้นฟูได้ยากเมื่อค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเกิดขึ้นพร้อมกับรายได้ที่ยังไม่กลับมา
3. เกือบครึ่ง ต้องการให้ช่วยเหลือเงินเยียวยามากที่สุด ตามด้วยซ่อมบ้านและลดภาระหนี้ 40.5% เห็นว่า ภาครัฐควรจ่ายเงินเยียวยา 21.6% ควรช่วยซ่อมบ้านและทรัพย์สินจำเป็น, 12.1% พักหนี้หรือลดภาระค่าใช้จ่าย, 9.6% ชดเชยความเสียหายด้านเกษตร, 5.5% ให้ทุนฟื้นฟูอาชีพและธุรกิจ, 4.4% ดูแลความเครียดและ สุขภาพจิต, 3.2% ตรวจสุขภาพและป้องกันโรค, 1.7% ฟื้นฟูถนน สถานที่ราชการ และสาธารณูปโภค และ 1.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
เห็นได้ว่าการเริ่มต้นใหม่หลังน้ำลดมีต้นทุน ทั้งเงินที่ต้องใช้ บ้านที่ต้องซ่อม และภาระที่ยังต้องจ่าย ความช่วยเหลือที่ได้รับความสำคัญจึงเน้นการทำให้ครัวเรือนตั้งหลักได้ สะท้อนว่า การฟื้นฟูในสายตาประชาชน เริ่มจากความสามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน
4.ประชาชนให้ความสำคัญกับของยังชีพและเงินฉุกเฉิน โดย4พื้นที่เน้นเตรียมของจำเป็น ภาคกลางเน้น ปรับบ้าน ภาคตะวันออกเน้นรู้ทางอพยพ
โดยสิ่งที่จะเตรียมก่อน เพื่อรับมือภัยในอนาคต 31.0% เลือกเตรียมอาหาร น้ำ ยา และถุงยังชีพ, 22.1% สำรองเงินฉุกเฉิน, 17.2% ปรับบ้าน ระบบไฟฟ้า หรือทางระบายน้ำ, 11.1% เก็บเอกสารและของสำคัญ, 6.9% เข้าร่วมกลุ่มแจ้งเตือนของชุมชน, 5.0% ศึกษาเส้นทางและจุดอพยพ, 3.4% วางแผนดูแลกลุ่มเปราะบางและสัตว์เลี้ยง, 2.1% ยังไม่มีแผนเพิ่มเติม และ 1.2% ไม่แน่ใจ/ไม่มี
ความเห็นรายภาค กรุงเทพฯ44.1% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 38.5% ภาคเหนือ 32.5% และ ภาคใต้ 31.7% เลือกเตรียมอาหาร น้ำ ยา และถุงยังชีพ สูงสุด ภาคกลาง 35.3% เลือกปรับบ้าน ระบบไฟฟ้า หรือทางระบายน้ำ สูงสุด ส่วนภาคตะวันออก 21.5% เลือกศึกษาเส้นทางและจุดอพยพ สูงสุด
สะท้อนการให้น้ำหนักกับสิ่งใกล้ตัวที่ครัวเรือนเตรียมได้ และความพร้อมรับภัยมีจุดเริ่มต้นต่างกันในแต่ละพื้นที่ทั้งการมีของจำเป็นประคองชีวิต การทำให้บ้านรับมือภัยได้ และการรู้ว่าจะออกจากพื้นที่อย่างไร


