“นายกฯ” มั่นใจไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ตามกรอบเวลาเดิม หลัง เลขาฯ ปาฐกถาไทยมาถูกทาง ชี้ ถามหลายรอบแล้วต้องทำอะไรเพิ่มหรือไม่ แต่ได้คำตอบทำได้ดีแล้ว เผย 23-24 พ.ย.นี้ เล็งหารืออีกรอบ
เมื่อเวลา 10.05 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายมาทีอัส คอร์มันน์ เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ว่า เลขาธิการ OECD มาร่วมประชุม World Bank ได้ขึ้นปาฐกถาในงานซึ่งมีข้อความระบุว่า ทาง OECD รู้สึกประทับใจและมั่นใจในการเตรียมพร้อม รวมถึงความตั้งใจของประเทศไทย เรากำลังจะเข้าไปเป็นสมาชิก OECD ทั้งเอกสาร ข้อมูลการประชุมการหารือ ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เรามองว่าองค์กรระดับนี้ เขาไม่มีความมั่นใจ หรือสามารถบ่งชี้แนวโน้มได้ เขาก็คงจะไม่พูดปาฐกถาต่อหน้าสาธารณะเวทีโลก และเราก็ได้มีโอกาสมาพบกันในวันนี้ เขาก็ให้ความมั่นใจว่าเรามาถูกทาง
ซึ่งความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับ OECD เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ซึ่งเราต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน การที่ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จ เข้าไปเป็นสมาชิก OECD ก็ถือเป็นความสำเร็จของสำนักงานเลขาธิการ OECD ด้วย จะทำให้เกิดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยกับโลก เราเป็นประเทศที่มีมาตรฐานในการดำเนินการทุกๆ อย่าง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องธรรมาภิบาล หรือระเบียบที่แน่นหนา จะทำให้ศักยภาพการค้าขายระบบเงินทุน การสร้างความมั่นใจให้กับคนที่มาทำธุรการมาทำธุรกรรมต่างๆ กับประเทศไทย ถูกยกระดับขึ้นไป
“พูดง่ายๆ ก็คือหากเราเข้า OECD ได้ เราก็จะไม่เป็นประเทศที่กำลังพัฒนา แต่เราจะเป็นประเทศในระดับที่พัฒนาแล้ว ก็จะเป็นการยกระดับพื้นฐานขึ้นไป โครงสร้างพื้นฐานทั้งหลายก็จะถูกยกระดับขึ้นไปทำให้ประเทศก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” นายกฯกล่าว

เมื่อถามว่า เขาต้องการให้เราปรับปรุงอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ก็พยายามถามเขา เขาก็บอกว่ามาถูกทางแล้ว ไม่ได้บอกว่าเราขาดอะไร ว่ามีความไม่ชัดเจนตรงไหน ตนถามเขาไปตั้งหลายครั้ง มีสิ่งใดที่ต้องเสนอหรือหรือปรับปรุงอะไร ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้คนที่ทำงานมีกำลังใจ การเตรียมข้อมูลของ OECD ไม่ใช่สำนักงานใดสำนักงานหนึ่งแต่เป็นทั้งรัฐบาล ที่ตนบอกว่ามีเอกสารเต็มห้อง เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญ มีความตั้งใจเพราะมันไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ หรือความรับผิดชอบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่อยู่ในมือของยุคต่อไป จะได้ต่อยอด เขาจะได้เป็นประเทศที่มีความพร้อมสรรพ และจะได้ต่อยอดขึ้นไปได้เยอะๆ พวกตนที่มีอายุแก่มากขึ้น เราก็จะมั่นใจว่าประเทศของเราถูกเปลี่ยนผ่านไปในมือคนรุ่นใหม่ ด้วยความปลอดภัย คุณภาพชีวิตของเราก็น่าจะดีขึ้น
เมื่อถามว่า ที่ตั้งเป้าว่าปี 2571 จะเข้าเป็นสมาชิก OECD ยังอยู่ในกรอบเวลาเดิมใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เลขาฯ OECD ระบุว่าอยากทำให้เสร็จ ซึ่งจุดยืนของท่านกับของตนก็ใกล้กัน ในขณะที่เราทั้งสองคนยังอยู่ในหน้าที่อยู่ คำพูดแบบนี้สำหรับคนที่เพิ่งพบกันครั้งสองครั้ง ถือว่าเป็นคำพูดในเชิงบวกเเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาจะมาช่วยอะไรเราเกินตัว แต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนของเราที่ทำงานหนัก ที่ทุ่มเทมาถูกทาง ไม่ใช่มาแบบไม่มีทิศทาง แล้วต้องมานั่งแก้ไขอะไรอีก ซึ่งวันที่ 23-24 พ.ย.69 เลขาฯ OECD จะมาประชุมสรุปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็จะมีโอกาสหารือกันอีกครั้ง

