‘ไอติม’ เผย ‘ฝ่ายค้าน-รัฐบาล’ ยังไม่หารือเคาะกรอบเวลา-วันซักฟอกรัฐมนตรี อัด เป็นเรื่องไม่เหมาะสม รบ.กำหนดเอง-เอาตารางมาบีบให้อภิปรายแค่กี่วัน บอก ญัตตินี้ฝ่ายค้านรู้ดีกว่า
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการหารือกันอย่างเป็นทางการ หรือการตกลงกันใดๆ ระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถึงจำนวนวันหรือห้วงเวลาและวันที่ ที่จะใช้สำหรับญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา
นายพริษฐ์ระบุต่อว่า สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่สาขาของรัฐบาล และการกำหนดวาระหรือแนวทางการทำงานในสภา เป็นสิ่งที่ต้องหารือร่วมกันทุกฝ่าย ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลจะกำหนดได้ด้วยตนเอง ยิ่งเมื่อเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งเป็นกลไกหลักที่ฝ่ายค้านใช้ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเป็นญัตติที่ฝ่ายค้านย่อมรู้ดีกว่าว่าจะมีเนื้อหาที่ครอบคลุมประเด็นอะไรบ้าง ยิ่งเป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่รัฐบาลจะมากำหนดเองว่ากี่วันจะเพียงพอ หรือเอาตารางของตนเองมาบีบว่าจะมีเวลาให้ได้เพียงแค่กี่วัน
นายพริษฐ์ระบุด้วยว่า พรรคฝ่ายค้านเราเห็นว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดสรรเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายค้านในการนำเสนอข้อกล่าวหา และสำหรับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการชี้แจงข้อกล่าวหา เหตุผลที่เราเสนอเวลาอภิปรายไว้ 5 วัน มาจากการอ้างอิงบรรทัดฐานในอดีต ที่หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมดภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เราจะเห็นว่าทั้ง 4 ครั้งที่เป็นการอภิปรายนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกหลายคนเป็นรายบุคคลนั้น ซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการจัดสรรวันในการอภิปรายทั้งหมด 4 วันเต็ม และลงมติในวันที่ 5 เช่น เดือนกุมภาพันธ์ 2563 มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 6 คน เดือนกุมภาพันธ์ 2564 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีรวมกัน 10 คน เดือนสิงหาคม-กันยายน 2564 มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 6 คน และเดือนกรกฎาคม 2565 อภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรี รวมกัน 11 คน
นายพริษฐ์ระบุอีกว่า ดังนั้น ด้วยปริมาณข้อมูลหลักฐานที่อยู่ในมือฝ่ายค้าน ณ เวลานี้ และด้วยการที่ครั้งนี้มีการอภิปรายนายกฯ และรัฐมนตรีเพิ่มขึ้น รวมกันเป็น 18 คน เราจึงเห็นว่าการจัดสรรเวลา 5 วัน สำหรับการอภิปราย-ชี้แจง น่าจะมีความสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ทางเราตระหนักดีว่าหากเสนอเวลาที่มากเกินจำเป็น เมื่อเทียบกับเนื้อหาสาระที่มีการอภิปราย ฝ่ายค้านก็จะถูกสังคมตัดสินเอง
นายพริษฐ์ระบุต่อว่า ในขั้นตอนถัดไป เมื่อประธานสภาตรวจญัตติเสร็จเรียบร้อย ตนเข้าใจว่าทางประธานคงจะมีการนัดประชุมหารือกันระหว่างวิปทุกฝ่าย หากที่ประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปร่วมกันเรื่องจำนวนวันและเวลา จึงจะเป็นขั้นตอนที่จะต้องหารือกับตัวแทน ครม.เป็นการต่อไป ถึงห้วงเวลาและวันที่ที่เหมาะสม



