หน้าแรก การเมือง เท้ง-วีระยุทธ...

เท้ง-วีระยุทธ นำทีมสส.อีสาน ปชน. ชมโรงงานแบตเตอรี มข. ชงรัฐต่อยอดอุตสาหกรรมแบตไฟฟ้า

16.10.26 | 18:48 น.

‘ณัฐพงษ์-วีระยุทธ’ นำทีม สส.อีสานพรรคประชาชน เยี่ยมชมโรงงานแบตเตอรี มข. ชูรัฐคว้าโอกาสต่อยอดอุตสาหกรรมแบตเตอรีไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร นำทีม สส.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พรรคประชาชน เดินทางมาศึกษาดูงานโรงงานแบตเตอรีและพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมแบตเตอรีและระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาต่อยอดเศรษฐกิจสีเขียวและอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด


โดย น.ส.นงลักษณ์ มีทอง ผู้อำนวยการโรงงานแบตเตอรีและพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า มาจากความต้องการยกระดับวัสดุทางการเกษตร เช่น แกลบ ซึ่งมีซิลิคอนให้มีมูลค่าสูงขึ้น ต่อมาจึงพบว่าสามารถนำมาต่อยอดในการผลิตขั้วและเซลล์แบตเตอรี่ได้ แต่เนื่องจากในระยะแรกไม่มีภาคเอกชนกล้าแบกรับความเสี่ยงในการลงทุน ทางมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในการลงทุนวิจัยและพัฒนาเองตั้งแต่ปี 2553 จนสามารถตั้งโรงงานผลิตเพื่อการวิจัยได้ในปี 2563

น.ส.นงลักษณ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีทั้งหลักสูตรวิทยาศาสตร์แบตเตอรีและพลังงานใหม่ และมีเครื่องมือทดสอบครบวงจรเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนเอกชนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น สถานีพลังงาน สำหรับโดรนเกษตร รวมถึงแบตเตอรีในรถถังของกองทัพ ซึ่งช่วยให้การติดเครื่องและการหมุนเวียนพลังงานไฟฟ้าภายในตัวรถถังทำได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ เป็นประโยชน์ต่อยุทธวิธีการเฝ้าระวังและซุ่มโจมตีที่ต้องการความเงียบ

Advertisement

ด้านนายวีระยุทธ กล่าวว่า บทเรียนสำคัญของการทำนโยบายอุตสาหกรรมคือการย้อนกลับไปทบทวนจุดเริ่มต้นและปัจจัยที่นำมาสู่จุดเปลี่ยนในการตัดสินใจ เพื่อให้สามารถวางมาตรการส่งเสริมได้ตรงจุด

ขณะที่ น.ส.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายวิสาหกิจและสังคมยั่งยืน มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวถึงปัญหาในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทยว่า ประเทศไทยยังขาดโรงงานผลิตเซลล์และขั้วแบตเตอรี ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด ใช้งบประมาณสูงที่สุด และเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรม การไม่มีโรงงานผลิตเซลล์จึงเปรียบเสมือนการขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ จนไม่สามารถยกระดับไปสู่การประหยัดต่อขนาดได้ จึงเสนอว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาเป็นผู้ลงทุนนำในจุดที่ยากที่สุดนี้เพื่อวางรากฐานให้กับประเทศ พร้อมยืนยันว่านักวิจัยในประเทศไทยรวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีศักยภาพพร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบและรับรองมาตรฐานให้กับผู้ประกอบการ โดยที่ภาคเอกชนไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่จากศูนย์

จากนั้น คณะศึกษาดูงานได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึกเพิ่มเติมทั้งในประเด็นเชิงเทคนิคในการพัฒนาต่อยอด มาตรการจูงใจ และการสนับสนุนทั้งในมิตินโยบายและงบประมาณเพื่อสร้างอุตสาหกรรมแบตเตอรีไฟฟ้า ก่อนที่ทางมหาวิทยาลัยจะนำคณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตแบตเตอรีเพื่อให้เห็นภาพกระบวนการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ จากการเยี่ยมชมโรงงาน นายวีระยุทธ กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่าง คือการจัดการกับชิ้นส่วนในแผงโซลาร์เซลล์ในช่วงสุดท้าย ที่ยังสามารถแยกส่วนสกัดเอาซิลิคอนเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ ซึ่งนี่คือ โอกาสของอุตสาหกรรมการจัดการของเสียอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้ต้องควบคู่ไปกับการทบทวนกฎระเบียบมาตรฐานในการกำกับดูแลเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โรงงานแบตเตอรีแห่งนี้มีศักยภาพและความพร้อมที่ครบวงจร แต่ในการยกระดับไปสู่การผลิตในระดับอุตสาหกรรม จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ จึงเสนอว่าในช่วงเดือนตุลาคมนี้ซึ่งเป็นจังหวะเวลาเริ่มต้นกระบวนการปรึกษาหารือก่อนจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีถัดไป จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะนำข้อเสนอและข้อมูลจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปร่วมผลักดัน เพื่อจัดสรรงบประมาณของประเทศให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป