ศิริโชค โต้ อนุทิน เหน็บแค้น ขุดปมสามีไอเดียร์ ซัดแพ้เลือกตั้งแต่ไม่ใช่หมดสิทธิ์ตรวจสอบ
จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง นายศิริโชค โสภา อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดประเด็นเงินบริจาคพรรคภูมิใจไทยของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มีข้อกังวลจะถูกยุบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า กลัวจะเป็นความแค้นส่วนตัวมากกว่า เพราะแพ้เลือกตั้ง 2-3 รอบ ให้กับคนของพรรคภูมิใจไทย นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายศิริโชค โสภา อดีตสส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า
“สรุปว่าผมผิด เพราะผมแพ้เลือกตั้งอย่างนั้นหรือครับ คุณอนุทิน?
ผมอ่านข่าวที่คุณอนุทินพูดว่าผมแพ้เลือกตั้งให้พรรคภูมิใจไทย จึงมีความแค้นส่วนตัว ยอมรับครับว่าผมแพ้เลือกตั้ง และเสียใจด้วย จะให้บอกว่าไม่เสียใจเลยก็คงโกหก เพราะผมทำงานการเมืองมามากกว่า 30 ปี มีทั้งวันที่ประชาชนให้โอกาส และวันที่ประชาชนตัดสินใจเลือกคนอื่น แต่ผมไม่เคยโกรธประชาชนที่ไม่เลือกผม เพราะผมรู้ดีว่าตำแหน่ง ส.ส. ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใคร ประชาชนให้มาได้ ก็เอาคืนได้ และเราต้องเคารพการตัดสินใจของเขา
คุณอนุทินครับ ผมอยากให้คุณลองแยกเรื่องสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรก ผมแพ้เลือกตั้ง เรื่องนี้เป็นความจริง และผมยอมรับไปแล้ว ส่วนเรื่องที่สอง คือข้อมูลที่ผมนำมาตรวจสอบ โดยเฉพาะเรื่องเงินบริจาคของคุณสุชาดา และการถือหุ้นในบ่อน Shuffle.com ของสามีเธอ
สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันตรงไหนครับ?
การเลือกตั้งเป็นการตัดสินว่าใครจะได้เข้าไปเป็นผู้แทนประชาชน ไม่ใช่การตัดสินว่าใครพูดจริงหรือพูดเท็จ คนชนะเลือกตั้งไม่ได้พูดถูกทุกเรื่อง และคนแพ้เลือกตั้งก็ไม่ได้พูดผิดทุกเรื่อง
เรื่องหุ้นในบ่อน Shuffle.com คุณสุชาดาเองก็ออกมายอมรับแล้วว่าสามีคือไทหยาง จาง ถือหุ้นในกิจการแห่งนี้ เมื่อคุณสุชาดายอมรับเองว่าสามีถือหุ้นในบ่อนพนันออนไลน์ คำถามเรื่องที่มาของเงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยก็ยิ่งมีความสำคัญ เพราะประชาชนควรได้รับคำอธิบายว่า เงินบริจาคดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับรายได้หรือผลประโยชน์จากธุรกิจการพนันออนไลน์ของสามีหรือไม่
นี่เป็นเรื่องที่ตรวจสอบได้จากหลักฐานทางการเงิน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องคาดเดา และการบอกว่าผมแพ้เลือกตั้งก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้
ถ้าข้อมูลของผมผิด ก็เอาหลักฐานมาหักล้างได้ครับ ผมพร้อมรับฟังและยอมรับหากตัวเองผิด
ผมผ่านการเมืองมาทั้งช่วงที่รุ่งเรืองและตกต่ำ เคยชนะ เคยแพ้ เคยมีตำแหน่ง และเคยไม่มีตำแหน่ง จึงเข้าใจดีว่า การแพ้หรือชนะเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติ วันนี้ชนะ วันหน้าอาจแพ้ ไม่มีใครเป็นผู้ชนะตลอดไป และไม่มีใครเป็นผู้แพ้ตลอดกาล
วันนี้คุณเป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนผมเป็นเพียงอดีต ส.ส. คนหนึ่ง แต่การชนะเลือกตั้งไม่ได้ทำให้ใครพ้นจากการถูกตรวจสอบ เช่นเดียวกับที่การแพ้เลือกตั้งไม่ได้ทำให้ใครหมดสิทธิที่จะตั้งคำถาม
สำหรับผม การเห็นเรื่องที่น่าสงสัยแล้วเลือกที่จะเงียบ เพียงเพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้มีอำนาจ นั่นเท่ากับผมทรยศต่ออุดมการณ์ของตัวเองที่ยึดถือมาตลอดชีวิต
ผมไม่ได้ต้องการให้คุณเห็นใจที่ผมแพ้เลือกตั้ง และไม่ได้ต้องการให้คุณเห็นด้วยกับผม
ผมเพียงอยากให้คุณเข้าใจว่า ประชาธิปไตยไม่ได้มีไว้ให้คนชนะเลือกตั้งพูดอยู่ฝ่ายเดียว และไม่ได้มีไว้ให้คนแพ้เลือกตั้งต้องเงียบ
คุณอนุทินครับ ผมยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ผมไม่อาจยอมแพ้ต่ออุดมการณ์ของตัวเอง เพียงเพราะคนที่ผมตรวจสอบเป็นผู้มีอำนาจ
ส่วนคำถามเรื่องเงินบริจาคของคุณสุชาดา และความเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จากบ่อน Shuffle.com ของสามี ยังคงรอคำตอบอยู่ครับ เรื่องนี้ต่างหากที่ประชาชนควรได้รับคำอธิบาย ไม่ใช่เรื่องที่ผมแพ้เลือกตั้ง”


