เด็จพี่ ร้องนายกฯ เปลี่ยนความสำเร็จเวที IMF เป็นผลงานแก้ปากท้อง ห่วงน้ำมันแพง–น้ำท่วม–หนี้ครัวเรือน ซ้ำเติมชาวบ้าน ชง 3 มาตรการเร่งแก้ ชี้ศึกซักฟอกยังไม่หนักเท่าศึกแก้ปัญหาปากท้อง ลั่นต้องรบให้ชนะ
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความยินดีต่อความสำเร็จของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank2026 ว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ความสำเร็จบนเวทีโลก ยังมีปัญหาภายในประเทศที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน คือเศรษฐกิจและปากท้องคนไทย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ คาดการณ์เศรษฐกิจไทย 2569 เติบโตเพียง 2.1% อยู่ในกลุ่มรั้งท้ายของอาเซียนเท่านั้น ซึ่งถือว่าน่าเป็นห่วงมาก เมื่อหันมามองความเป็นจริงวันนี้ประชาชนเผชิญค่าครองชีพสูง น้ำท่วม ภาระหนี้สิน การบริโภค การจับจ่ายของประชาชนซบเซา น้ำมันแพง โดยเฉพาะดีเซล B7 ลิตรละ 42.94 บาท มีผลโดยตรงต่อต้นทุนขนส่งและการทำมาหากิน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ประชาชนกำลังเจอทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง น้ำมัน ข้าวของแพง หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง และยังเจอน้ำท่วมเข้ามาซ้ำเติมอีก แต่ละเรื่องล้วนหนักหนาสาหัส จึงขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพระดมทีมเศรษฐกิจแก้ปัญหา และเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน
- ลดภาระน้ำมันแพง–ค่าครองชีพ โดยทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี และมาตรการช่วยเหลือกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมดูแลราคาสินค้าจำเป็น โดยคำนึงถึงภาระงบประมาณและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
- ฟื้นอาชีพหลังน้ำท่วม–แก้หนี้ครัวเรือน พักหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ตามความเดือดร้อนจริง จัดสินเชื่อฟื้นฟูแก่เกษตรกร SME ลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้
- ไม่ใช่เพียงแค่ประชุมแล้วแยกย้าย แต่ต้องมีกรอบเวลาและการวัดผลได้ให้ชัดเจน เช่น ภายใน30 วันช่วยประชาชนได้กี่ราย ลดภาระค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ฟื้นฟูอาชีพ การช่วยเหลือเห็นผลเป็นอย่างไรบ้าง ติดขัดตรงไหน ให้ประชาชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่ประกาศมาตรการแล้วจบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีต้องเปลี่ยนความสำเร็จบนเวทีโลกให้เป็นผลงานที่ประชาชนจับต้องได้และสัมผัสได้จริง เวทีIMF ประเทศไทยทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม สร้างความประทับใจ ขณะเดียวกันความสวยงามที่เจอ ยังมีปัญหาหนักที่ต้องเจออีกในเร็ววัน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงปลายเดือน ต.ค.ตอนนี้มีการใช้วาทกรรมตอบโต้กันรุนแรงของฝ่ายค้านกับรัฐบาล พอศึกอภิปรายจบจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีหรือไม่อย่างไร ตนไม่ขอยุ่ง
“ศึกหนักจริงๆ ที่ต้องรบ และต้องร่วมฟันฝ่าและรบให้ชนะ คือศึกปัญหาปากท้องของประชาชน น้ำมันแพง การเตรียมรับมือภัยพิบัติ ขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีทุกคนช่วยกันหาทางช่วยเหลือประชาชน ปัญหาน้ำท่วมหนักหนา ทรัพย์สินพี่น้องประชาชนมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจประเมินค่ามิได้ พี่น้องประชาชนจำนวนมากต่อให้น้ำท่วมคลี่คลาย แต่ไร่นา พืชผลการเกษตร ปศุสัตว์ ข้าวของเสียหาย ยังต้องจมหนี้อีกนาน ความสำเร็จบนเวทีโลกต้องไม่จบแค่เสียงปรบมือ เรื่องการเมืองศึกอภิปรายฯไม่ได้จบเพียงแค่เสียงโหวต แต่ศึกหนักของจริงรอการแก้ไขโดยด่วนคือ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง เงินในกระเป๋าประชาชน ศึกนี้เป็นศึกที่ต้องฟันฝ่าและรบให้ชนะ เพราะมีชะตากรรมประชาชนและประเทศเป็นเดิมพัน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว




