เปิดไทม์ไลน์ คืบหน้าล่าสุด คดีตึกถล่ม สตง. เผยเหตุผลไม่สามารถแถลงผลสอบสวนได้
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้โพสต์อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์กรณีตึกสตง.ถล่ม หัวข้อ “ความจริงที่ไม่ได้เปิดเผย หรือเปิดเผยได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย มีความแตกต่างกัน” ไว้ว่า
1. หลังเหตุการณ์ตึกถล่ม (28 มี.ค. 2568)
รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และสตง.ออกแถลงว่า น้อมรับผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนทุกกรณี
2. นายกฯ ในขณะนั้น แถลงผลสอบ
“สาเหตุตึกถล่มมาจากการออกแบบและก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักวิชาชีพ” และส่งผลการสอบสวนให้ตำรวจและ DSI ดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้รับปิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
2.1 การดำเนินการของตำรวจ (คดีอาญา)
ตร.รวมรวมสำนวนกว่า 223 แฟ้ม เอกสารกว่า 90,000 แผ่น ส่งฟ้องผู้ต้องกา 23 ราย ต่อพนักงานอัยการ ซึ่งมีทั้งบริษัทรับจ้างออกแบบ บริษัทรับจ้างก่อสร้าง บริษัทรับจ้างควบคุมงาน และเอกชนที่เกี่ยวข้อง
2.2 การดำเนินการของ DSI (กรณีนอมินี)
DSI ได้ดำเนินการสอบสวนกรณีนอมนี และส่งฟ้องบริษัทผู้รับจ้างและผู้บริหาร
3. สตง. ขอรายงานผลการตรวจสอบ
สตง.ได้ทำหนังสือขอรายงานผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการสอบสวน เพื่อมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง แต่คณะกรรมการสอบสวนแจ้งว่า “ไม่สามารถให้สำนวนสอบสวนกับ สตง. ได้ เพราะเป็นสำนวนเอกสารในการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญา” ดังนั้น สตง.จึงไม่สามารถนำเอกสารสำนวนดังกล่าวมาแถลงได้ เนื่องจากเป็นเอกสารในสำนวนคดีที่ได้ส่งไปยังพนักงานอัยการแล้ว

4. สาเหตุตึกถล่ม รัฐบาลเป็นผู้สอบและแถลงไปแล้ว
– นายกรัฐมนตรีได้แถลงสาเหตุของตึกถล่มทั้งหมดแล้ว
– ตำรวจและ DSI ได้ดำเนินการทำสำนวนส่งฟ้องดำเนินคดีอาญาไปแล้ว สตง.จึงไม่อาจแถลงผลการสอบสวนได้ เพราะรัฐบาลเป็นผู้สอบและแถลงไปแล้ว และเอกสารสำรวนก็ไม่สามารถขอมาเพื่อแถลงได้ เนื่องจากเป็นเอกสารในสำนวนคดี
5. ความคืบหน้าในการดำเนินคดีอาญา
ปัจจุบัน ศาลอาญาได้ประทับรับฟ้องแล้วและอยู่ในระหว่างการสืบพยาน สตง.ไม่สามารถแถลงความคืบหน้าในการดำเนินคดีได้ เพราะอาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม หรือมีข้อจำกัดตามกฎหมาย
6. การร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ทาง ปปช. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการกรณีการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแล้ว
สรุป การดำนินงานของ สตง. ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและกรอบอำนาจหน้าที่ของกฎหมาย ขณะเดียวกัน ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งคำถามและติดตามความคืบหน้า โดยควรพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ก่อนสรุปเจตนาของฝ่ายใด
ซึ่งภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ซึ่งทางเพจ สตง.เองได้ออกมาคอมเมนต์อีกว่า “สตง. รับฟังทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนด้วยความเคารพครับ ทุกเสียงสะท้อนมีคุณค่าในการพัฒนาการทำงานและการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอความร่วมมือทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เคารพความเห็นที่แตกต่าง และไม่ใช้ถ้อยคำที่พาดพิงหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น เพื่อให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมครับ”


