‘บิ๊กตู่’ เชื่อมั่นปลดธงแดง ‘ไอเคโอ’ พร้อมยกปัญหา “ค้ามนุษย์” เป็นวาระแห่งชาติ

30.06.17 | 21:06 น.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า

1.การแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) หากละเลย ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาเหมือนในอดีต ย่อมส่งผลกระทบต่อภาพ ลักษณ์และความเชื่อมั่นของประเทศ รวมทั้งสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ที่มีมูลค่ามหาศาล ภายหลังการเอาจริงเอาจังในแก้ปัญหาของรัฐบาลและ คสช.ปัจจุบันมี 6 สายการบินที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน และได้ใบรับรองแล้ว ครอบคลุมเส้นทางการบินระหว่างประเทศรวมกัน ราวร้อยละ 80 จากเส้นทางการบินระหว่างประเทศของสายการบินสัญชาติไทยทั้งหมด ภายในเดือนกันยายนปีนี้ คาดว่าจะได้ใบรับรองเพิ่มเป็น 12 สายการบิน ส่วนที่เหลือ ก็จะตรวจสอบมาตรฐานให้แล้วเสร็จภายในมกราคมปีหน้า เป็นข้อพิจารณาสำคัญในการที่จะขอปลดล็อกธงแดงจากไอเคโอ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ รัฐบาลนี้คำนึงว่าทุกชีวิตมีค่า ความปลอดภัยของผู้ใช้บริการจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสูงสุด ในขณะที่เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลนั้นมีความจำเป็นเช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า 2.การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ รัฐบาลนี้ยกระดับให้เป็น วาระแห่งชาติเนื่องจากเกี่ยวพันกับหลายภาคส่วน และส่งผลกระทบรุนแรง ทั้งด้านความมั่นคง, เศรษฐกิจ และสังคม ประกอบไปด้วยปัญหาเชื่อมโยงมากมาย ทั้งแรงงานทาส แรงงานต่างด้าว ขอทาน โสเภณีและการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นต้น ความเสียทางเศรษฐกิจ เฉพาะในส่วนของการประมงที่ผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และแรงงานทาส หากเราไม่ดำเนินการแก้ไข อาจถูกกีดกันสินค้าประมง มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อรัฐบาลและ คสช.เข้ามา ได้จัดการกับปัญหาอย่างครบวงจร ส่งผลให้รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของประเทศไทย มีผลการจัดอันดับดีขึ้น ในปีที่ผ่านมา และคงอยู่ในระดับเดิมในปีนี้ มีผลการดำเนินการคืบหน้ามาโดยลำดับ สืบเนื่องมาจากความทุ่มเทและบูรณาการกัน ของหลายหน่วยงาน ทั้งในด้านการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ, การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด การป้องกันผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ คุ้มครองเหยื่อและพยาน และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในและระหว่างประเทศถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่มากมาย จะพยายามดำเนินการต่อไป ไม่ได้ท้อถอย ไม่ได้ท้อแท้

“ต้องได้รับความร่วมมือ จากข้าราชการพลเรือน-ตำรวจ-ทหาร-อัยการ-ศาล เราต้องช่วยกันขจัดวงจรค้ามนุษย์ออกจากบ้านเมืองของเราให้ได้ รัฐบาลจะเข้มงวด ลงโทษ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ติดตามคดีทุกคดี โดยผู้ไม่สามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพนั้น หากมีการเรียกรับผลประโยชน์ด้วย จะต้องมีการปรับย้าย สอบสวนในทันที เมื่อพบว่ามีการกระทำผิดจริง ต้องมีโทษทั้งทางอาญา และทางวินัย ไล่ออก ปลดออก ขอเตือนไว้ก่อน” นายกฯกล่าว